เครื่องใช้ไฟฟ้า ใช้ถูกวิธี เซฟเงินในกระเป๋าได้!

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Twitter มีแฮชแท็กใหม่ที่สะเทือนคนทั้งประเทศ นั่นคือ #ค่าไฟแพง เพราะในช่วงนี้คนต้องใช้ชีวิตอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ การทำงาน Work from Home และอากาศที่ร้อนจนไฟธาตุแตก ทำให้ค่าไฟพุงกระฉูดหยุดไม่อยู่ หลายบ้านค่าไฟเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัว

ทั้งนี้ เพราะการคิดค่าไฟ คิดแบบอัตราก้าวหน้า นั่นหมายความว่าถ้าหน่วยการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น ก็ต้องจ่ายค่าไฟสูงขึ้นด้วย และบ้านที่มีปัญหาเรื่องค่าไฟส่วนมากจะมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีหน่วยการใช้ไฟที่สูงเหล่านี้

เครื่องปรับอากาศ

เครื่องปรับอากาศที่ใช้ตามบ้านส่วนใหญ่จะมีกำลังไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 1,200-3,300 วัตต์ จึงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมาก โดยจะกินไฟชั่วโมงละประมาณ 5-13 บาท (ข้อมูลการไฟฟ้านครหลวง) ในช่วงอากาศร้อนขนาดนี้ เมื่อต้องทำงานอยู่บ้านเลยต้องเปิดใช้แอร์ไปด้วย ทำให้ค่าไฟยิ่งสูง และถ้าเปิดทั้งวันทั้งคืนจะกินไฟมากแค่ไหน!

วิธีประหยัดไฟแอร์ เริ่มตั้งแต่เลือก BTU ให้เหมาะกับขนาดห้อง ตั้งอุณหภูมิให้อยู่ที่ 25-27 องศาเซลเซียส ยิ่งตั้งอุณหภูมิต่ำก็ยิ่งเปลืองไฟ ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทเมื่อเปิดแอร์ หลีกเลี่ยงการนำของร้อน ๆ เข้าห้อง หมั่นตรวจสอบสภาพแอร์อย่าให้ไส้กรองสกปรก รวมถึงปิดแอร์ก่อนออกจากห้องอย่างน้อย 30 นาที ก็จะช่วยประหยัดค่าไฟได้มากทีเดียว

และสิ่งสำคัญที่หลายคนละเลย คือ คอมเพรสเซอร์แอร์ การตั้งคอมเพรสเซอร์ไว้กลางแดด หรือในที่ที่อากาศไม่ถ่ายเทจะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานและค่าใช้จ่าย

เครื่องฟอกอากาศ

เครื่องฟอกอากาศกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นต้องมีเช่นกัน เพราะปัจจุบันมีปัญหาเรื่องฝุ่นละออง ทำให้อากาศเป็นมลพิษ หลายบ้านมีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีปัญหาเรื่องการหายใจ จึงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าจำเป็นต้องมี แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องฟอกอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเปิดพร้อมกับแอร์ด้วยแล้วยิ่งเปลืองไฟ

การใช้เครื่องฟอกอากาศให้ประหยัดไฟ จึงต้องหมั่นทำความสะอาดไส้กรองให้สะอาด รวมถึงการเปิดปิดประตูบ้านก็ควรปิดประตูให้สนิท เพื่อลดปริมาณฝุ่นที่จะเข้ามาในบ้าน ไม่ให้เครื่องฟอกอากาศทำงานหนักเกินไป

พัดลมไอน้ำ

พัดลมไอน้ำ ซึ่งเป็นพัดลมที่มีพ่นหมอกไอน้ำออกมาระหว่างทำงาน และมีรางพ่นไอน้ำ จึงต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนหนึ่งเพื่อพ่นไอน้ำออกมา ซึ่งปกติแล้วพัดลมไอน้ำจะเหมาะสำหรับการใช้พื้นที่โล่งแจ้งมากกว่า เพราะมีอากาศหมุนเวียนตลอดเวลา

การใช้พัดลมไอน้ำให้ประหยัดไฟ จำเป็นต้องหมั่นทำความสะอาด และนำไปใช้งานให้เหมาะกับพื้นที่และลักษณะการใช้งาน เพื่อไม่ให้อุปกรณ์ต้องทำงานหนัก หากเปลี่ยนมาใช้พัดลมไอเย็นอาจจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะไม่ได้ปล่อยไอน้ำหรือละอองน้ำออกมา จึงไม่เกิดความอับชื้น และกินไฟน้อยกว่า

ตู้เย็น

ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องเสียบปลั๊กไว้ตลอดเวลา และคอมเพรสเซอร์ที่ทำงานตลอดเวลาก็เป็นตัวกินไฟชั้นดี ยิ่งมีของในตู้เย็นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งกินไฟเท่านั้น หรือการนำของอุณหภูมิสูงเข้าตู้เย็นก็กินไฟเช่นกัน เพราะตู้เย็นต้องทำงานหนักในการปรับอุณหภูมิให้เย็นลง

วิธีประหยัดไฟตู้เย็น คือ อย่าใส่ของจนอัดแน่นเต็มตู้เย็น ควรแช่เครื่องดื่ม ไม่เกิน 5 ขวด ตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม ช่องธรรมดาอยู่ที่ 3 ถึง 6 องศาเซลเซียส ส่วนช่องแช่แข็งให้อยู่ที่ -18 ถึง -15 องศาเซลเซียส ตั้งตู้เย็นให้ห่างจากผนังอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้ระบายความร้อนได้ดี และควรตรวจสอบสภาพยางที่ขอบประตูตู้เย็นด้วยว่าปิดสนิทดีหรือไม่ ถ้าตู้เย็นปิดไม่สนิทจะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักขึ้น เพราะความเย็นรั่วออกมา จึงยิ่งเปลืองไฟหนักขึ้น