ไทยช่วยไทยพลัส ซื้ออะไรได้บ้าง ? อัปเดตล่าสุด 2569 ใช้สิทธิยังไงให้คุ้มที่สุด
มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” กลายเป็นอีกหนึ่งโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่หลายคนให้ความสนใจในปี 2569 เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยภาครัฐช่วยจ่ายให้สูงถึง 60% และประชาชนจ่ายเองเพียง 40% ทำให้หลายคนเริ่มค้นหาว่า “ไทยช่วยไทยพลัส ซื้ออะไรได้บ้าง?” และใช้สิทธิอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด
บทความนี้รวบรวมข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่สามารถใช้สิทธิได้ รวมถึงข้อจำกัด เงื่อนไข และเทคนิคการใช้สิทธิให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ไทยช่วยไทยพลัส ซื้ออะไรได้บ้าง ?
โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นมาตรการช่วยเหลือประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยรัฐบาลร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ประชาชนในสัดส่วน 60% ขณะที่ประชาชนจ่ายเอง 40%
จุดเด่นของโครงการคือสามารถใช้จ่ายกับร้านค้า ร้านอาหาร และบริการที่เข้าร่วมโครงการได้ทั่วประเทศ ช่วยลดค่าครองชีพและเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อย
ไทยช่วยไทยพลัส ซื้ออะไรได้บ้าง?
สินค้าที่สามารถใช้สิทธิได้ มีหลากหลายหมวดหมู่ ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ได้แก่
1. อาหารและเครื่องดื่ม
ถือเป็นหมวดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เช่น
- ร้านอาหารตามสั่ง
- ร้านก๋วยเตี๋ยว
- ร้านกาแฟ
- คาเฟ่
- ร้านสะดวกซื้อ
- ร้านเครื่องดื่ม
- ร้านขนม
รวมถึงร้านอาหารที่เข้าร่วมผ่านแพลตฟอร์ม Food Delivery บางแห่ง
2. ของใช้ในชีวิตประจำวัน
สามารถซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้ เช่น
- สบู่
- ยาสระผม
- ผงซักฟอก
- น้ำยาล้างจาน
- กระดาษทิชชู่
- ของใช้ภายในบ้าน
- อุปกรณ์ทำความสะอาด
ช่วยลดค่าใช้จ่ายประจำเดือนได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะครอบครัวที่มีค่าใช้จ่ายประจำสูง
3. ร้านโชห่วยและร้านค้าชุมชน
รัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก จึงเปิดให้ร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก เช่น
- ร้านขายของชำ
- ร้านโชห่วย
- ตลาดชุมชน
- ร้านค้าท้องถิ่น
ทำให้เงินหมุนเวียนกลับสู่ชุมชนโดยตรง
4. ค่าเดินทางและบริการขนส่งบางประเภท
อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการ คือสามารถใช้กับบริการเดินทางได้บางส่วน เช่น
- แท็กซี่
- วินมอเตอร์ไซค์
- ตุ๊กตุ๊ก
- รถสาธารณะบางประเภท
ช่วยลดภาระค่าเดินทางในชีวิตประจำวันได้ดี โดยเฉพาะคนทำงานในเมืองใหญ่
5. ร้านค้าและบริการทั่วไป
บางพื้นที่สามารถใช้กับร้านบริการอื่น ๆ ได้ เช่น
- ร้านซักรีด
- ร้านตัดผม
- ร้านซ่อมทั่วไป
- ร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ด
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและการเข้าร่วมของร้านค้าในแต่ละพื้นที่
ไทยช่วยไทยพลัส ซื้ออะไรไม่ได้บ้าง?
แม้โครงการจะครอบคลุมหลายประเภทสินค้า แต่ก็มีรายการที่ “ไม่สามารถใช้สิทธิได้” เพื่อป้องกันการใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น
สินค้าต้องห้าม
- สลากกินแบ่งรัฐบาล
- บุหรี่
- ยาสูบทุกชนิด
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- สินค้าผิดกฎหมาย
บริการหรือธุรกรรมที่ไม่ร่วมรายการ
- เติมเงิน e-Wallet
- ซื้อบัตรกำนัล
- บัตรเงินสด
- การจ่ายล่วงหน้า
- ซื้อทองคำ
- แลกเงินสด
- ชำระหนี้
รวมถึงร้านค้าที่ไม่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ
ใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสได้เท่าไร?
รายละเอียดวงเงินเบื้องต้นของโครงการ มีดังนี้
- รัฐช่วยจ่าย 60%
- ประชาชนจ่ายเอง 40%
- รัฐช่วยสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน
- รวมสูงสุด 4,000 บาทตลอดโครงการ
- ใช้สิทธิได้ช่วง 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569
- จำกัดวงเงินช่วยเหลือต่อวัน
ดังนั้นการวางแผนใช้จ่ายรายวันจะช่วยให้ใช้สิทธิได้คุ้มค่ามากขึ้น
วิธีใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส
ขั้นตอนการใช้งานโดยทั่วไป ได้แก่
1. ลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตัง
ประชาชนต้องยืนยันตัวตนและสมัครเข้าร่วมโครงการก่อนใช้งาน
2. ค้นหาร้านค้าที่ร่วมรายการ
สามารถตรวจสอบร้านค้าที่ร่วมโครงการได้ผ่านแอปพลิเคชันหรือสัญลักษณ์หน้าร้าน
3. ชำระเงินผ่านระบบที่กำหนด
เมื่อซื้อสินค้า ระบบจะคำนวณส่วนลดให้อัตโนมัติ โดยประชาชนชำระเพียง 40%
เทคนิคใช้ไทยช่วยไทยพลัสให้คุ้มที่สุด
หลายคนอาจใช้สิทธิไม่เต็มจำนวน เพราะไม่ได้วางแผนการใช้จ่าย ลองใช้เทคนิคเหล่านี้
ซื้อของใช้จำเป็นประจำเดือน
ควรใช้กับสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องซื้ออยู่แล้ว เช่น
- ของใช้ในบ้าน
- อาหารสด
- ของใช้ส่วนตัว
จะช่วยประหยัดเงินจริงได้มากกว่าการซื้อของฟุ่มเฟือย
แบ่งใช้สิทธิรายวัน
หากมีเพดานใช้ต่อวัน ควรวางแผนใช้ให้ต่อเนื่อง ไม่ใช้หมดภายในครั้งเดียว
เลือกร้านที่ร่วมรายการครบวงจร
บางร้านมีทั้งอาหาร ของใช้ และบริการในร้านเดียว ช่วยให้ใช้สิทธิได้สะดวกและคุ้มค่า
ไทยช่วยไทยพลัส ดีต่อเศรษฐกิจอย่างไร?
นอกจากช่วยลดภาระประชาชนแล้ว โครงการยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายด้าน เช่น
- เพิ่มยอดขายร้านค้ารายย่อย
- กระจายรายได้สู่ชุมชน
- กระตุ้นการจับจ่ายภายในประเทศ
- ช่วยผู้ประกอบการ SMEs
- ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนมากขึ้น
โดยเฉพาะร้านค้าชุมชนและร้านอาหารขนาดเล็กที่ได้รับประโยชน์โดยตรง
วิธีคำนวณ ไทยช่วยไทยพลัส ใช้อย่างไรให้คุ้มที่สุด
หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยมากที่สุด คือ “ต้องจ่ายเองเท่าไร?” และ “ซื้อเท่าไรถึงจะได้สิทธิเต็ม?” เพราะโครงการไทยช่วยไทยพลัส ใช้ระบบรัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% ทำให้หลายคนยังคำนวณสับสน
ไทยช่วยไทยพลัส คำนวณยังไง?
หลักการง่าย ๆ คือ
- รัฐช่วยจ่าย 60%
- ผู้ใช้สิทธิจ่ายเอง 40%
เช่น หากซื้อสินค้า 100 บาท
- รัฐช่วย 60 บาท
- เราจ่ายเอง 40 บาท
ตัวอย่างการคำนวณ ไทยช่วยไทยพลัส
กรณีซื้ออาหาร 250 บาท
คำนวณส่วนที่ประชาชนต้องจ่าย
250×0.4 = 100
ดังนั้น
รัฐช่วย 150 บาท
เราจ่ายเอง 100 บาท
กรณีซื้อของใช้ในบ้าน 500 บาท
500×0.4 = 200
สรุป
- จ่ายเอง 200 บาท
- รัฐช่วย 300 บาท
ไทยช่วยไทยพลัส คุ้มไหม?
สำหรับคนที่มีค่าใช้จ่ายประจำอยู่แล้ว ถือว่า “คุ้มมาก” เพราะช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริง โดยเฉพาะ
- คนทำงาน
- นักศึกษา
- ครอบครัว
- ผู้มีรายได้น้อย
- ผู้ใช้จ่ายประจำผ่านร้านชุมชน
หากวางแผนใช้สิทธิครบทุกเดือน จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายรวมได้หลายพันบาทตลอดโครงการ
ไทยช่วยไทยพลัส 2569 สามารถใช้ซื้อสินค้าและบริการจำเป็นในชีวิตประจำวันได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ภายในบ้าน ร้านค้าชุมชน และบริการเดินทางบางประเภท
แต่ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับสินค้าต้องห้าม เช่น บุหรี่ แอลกอฮอล์ สลากกินแบ่ง และธุรกรรมทางการเงินบางประเภท
ใครที่มีสิทธิควรวางแผนใช้งานให้ดี เพื่อใช้วงเงินได้อย่างคุ้มค่าและช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้จริง
𝐏𝐫𝐢𝐦𝐨 𝐒𝐞𝐫𝐯𝐢𝐜𝐞 𝐒𝐨𝐥𝐮𝐭𝐢𝐨𝐧𝐬
เป็นผู้นำในธุรกิจบริการด้านอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่แบบครบวงจรและกำกับดูแลกิจการในกลุ่มบริษัทในเครือ ให้พัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งพัฒนาและลงทุนในธุรกิจสมัยใหม่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
Tel : 02-0810000
Website: https://primo.co.th/
Line : https://lin.ee/Jt3nhkF


English