บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการ การป้องกันและลดผลกระทบจากการปล่อยมลพิษและของเสียในพื้นที่โครงการก่อสร้าง บริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการก่อสร้าง งานที่ปรึกษางานก่อสร้าง และงานปรับปรุงอาคาร โดยมีหน่วยงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้างได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมให้มีผลกระทบจากมลพิษและของเสียต่าง ๆ เช่น ฝุ่นละออง (TSP) ก๊าซมลพิษ คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO₂) ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO₂) มลพิษทางเสียง น้อยที่สุดที่สามารถปฏิบัติได้ โดยมีการฉีดพรมน้ำในพื้นที่ก่อสร้าง/ถนนเข้า-ออก ฉีดล้างล้อรถบรรทุกก่อนออกจากพื้นที่ก่อสร้าง ตรวจสอบการทำงานของเครื่องจักร-อุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพดีเพื่อป้องกันเสียงดังรบกวน และกำหนดเวลาการทำงานที่ไม่รบกวนชุมชนใกล้เคียง บำบัดน้ำเสียที่เกิดขึ้นในพื้นที่ก่อสร้างให้ได้มาตรฐานก่อนระบายออกสู่ภายนอก และจัดการขยะด้วยระบบ 3R (Reduce, Re-use Recycle) ก่อนส่งไปกำจัดภายนอกโดยหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต

การเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและเสียงรบกวนจากกิจกรรมการก่อสร้าง โดยการตรวจวัดค่าความเข้มข้นของ TSP CO SO₂ NO₂ ระดับเสียงสูงสุด และระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ทั้งภายในพื้นที่ก่อสร้างและชุมชน/พื้นที่อ่อนไหวที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามประสิทธิภาพในการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเฝ้าระวังผลกระทบจากกิจกรรมการก่อสร้างต่อคนงานในพื้นที่ก่อสร้างและประชาชนในชุมชน/พื้นที่อ่อนไหวที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

การป้องกันและลดผลกระทบด้านมลพิษ

บริษัทฯ มุ่งมั่นในการป้องกัน ลด และหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านมลพิษที่เกิดจากการดำเนินงาน โดยเฉพาะการปล่อยมลพิษและของเสียที่เกิดจากกิจกรรมด้านการก่อสร้าง การปรับปรุงอาคาร และการบริหารจัดการอาคาร ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการดำเนินงาน ผ่านการดำเนินมาตรการด้านการป้องกันและลดมลพิษ รวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพอย่างเหมาะสม

มาตรการป้องกันและลดผลกระทบด้านมลพิษ จากการก่อสร้างและการปรับปรุงอาคาร

สำหรับกิจกรรมด้านการก่อสร้างและการปรับปรุงอาคาร บริษัทฯ ดำเนินมาตรการเพื่อลดและป้องกันผลกระทบด้านมลพิษทางอากาศ เสียง น้ำ และของเสีย ได้แก่ การฉีดพรมน้ำภายในพื้นที่ก่อสร้างและบนเส้นทางเข้า-ออกพื้นที่ก่อสร้างเพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น การล้างล้อรถบรรทุกก่อนออกจากพื้นที่ก่อสร้าง การบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเพื่อช่วยลดเสียงรบกวนและการปล่อยมลพิษที่มากเกินควร การกำหนดช่วงเวลาการดำเนินงานก่อสร้างเพื่อลดการรบกวนชุมชนโดยรอบ และการบำบัดน้ำเสียที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดก่อนการระบายออกสู่ภายนอก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังนำหลักการ 3Rs (Reduce, Reuse และ Recycle) มาใช้เพื่อลดปริมาณการเกิดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ก่อนส่งต่อของเสียให้แก่หน่วยงานหรือผู้รับจ้างภายนอกที่ได้รับอนุญาตเพื่อดำเนินการกำจัดอย่างถูกต้อง

การติดตาม ตรวจวัด และประเมินผลกระทบด้านมลพิษ

บริษัทฯ มีการติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศและระดับเสียงที่เกิดจากกิจกรรมการก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ โดยครอบคลุมการตรวจวัดฝุ่นละอองรวม (TSP) คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO₂) ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO₂) ระดับเสียงสูงสุด และระดับเสียงเฉลี่ยตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งภายในพื้นที่ก่อสร้างและบริเวณชุมชนโดยรอบหรือพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวต่อผลกระทบ การติดตามตรวจวัดดังกล่าวช่วยให้บริษัทฯ สามารถประเมินประสิทธิผลของมาตรการป้องกันและลดผลกระทบด้านมลพิษ รวมถึงนำผลการตรวจติดตามมาใช้ในการปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ปฏิบัติงาน ชุมชนโดยรอบ และพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว

เป้าหมายการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ

ภายในปี 2573 ควบคุมงานด้านที่ปรึกษางานก่อสร้างให้มีการปล่อยมลพิษทางอากาศอยู่ภายใต้เกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด ได้แก่ CO < 30 ppm, SO₂ < 0.3 ppm, NO₂ < 0.17 ppm และ PM10 < 100 mg/m³

บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายด้านกระบวนการเพื่อป้องกันและลดมลพิษทางอากาศจากกิจกรรมการก่อสร้างและการปรับปรุงอาคาร โดยบริษัทฯ จะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมในการป้องกันและลดผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ โดยให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละออง ได้แก่ การใช้เครื่องจักรและยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล การขนส่งวัสดุก่อสร้างเข้าสู่พื้นที่โครงการ และงานตัด เจาะ เจียร์ และขัดแต่งผิวคอนกรีต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศ และดำเนินการควบคุมและเฝ้าระวังอย่างทันท่วงที เมื่อระดับมลพิษทางอากาศมีแนวโน้มที่จะเกินค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด

แนวทางการดำเนินงานการจัดการมลพิษ

มาตรการเพื่อลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ ของบริษัทฯ มีดังนี้

ในการควบคุมและลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ งานที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง สามารถแนะนำและกำหนดมาตรการที่ชัดเจนให้แก่ผู้รับเหมาก่อสร้าง เช่น

  • ใช้เครื่องจักรที่มีมาตรฐาน Euro 4 หรือสูงกว่า เพื่อลดการปล่อย CO₂ และ NOx
  • ใช้น้ำยาระงับฝุ่น (Dust Suppressant) หรือฉีดพ่นน้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อลดฝุ่นละอองจากการขุดดินและการขนส่ง
  • กำหนดให้ใช้รถบรรทุกที่มีผ้าใบคลุม เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นระหว่างการขนส่ง
  • จัดทำเส้นทางเดินรถที่สั้นที่สุด และหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางที่มีการจราจรติดขัดเพื่อลดการปล่อย CO₂ จากการเดินทาง
  • ใช้วัสดุก่อสร้างที่ผลิตจากกระบวนการที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ เช่น คอนกรีตที่ใช้วัสดุรีไซเคิลหรือปูนซีเมนต์ผสม

การควบคุมและติดตามผลการลดการปล่อยมลพิษทางอากาศเป็นส่วนสำคัญของงานที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง โดยบริษัททำการตรวจวัดทุก 3 เดือน ในบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง โดยแนวทางการติดตามผลดังนี้

  • ติดตามปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ ในเครื่องจักรและยานพาหนะเป็นรายเดือนและเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนด
  • ตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในและรอบพื้นที่ก่อสร้าง เป็นระยะ และรายงานผลให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ
  • รายงานค่าการปล่อย CO₂ และฝุ่นละอองในพื้นที่ก่อสร้าง ทุกไตรมาสในรายงานความยั่งยืนของโครงการ
  • ดำเนินการตรวจสอบเครื่องจักรและยานพาหนะ ให้มีการบำรุงรักษาตามกำหนดเพื่อลดการปล่อยมลพิษ

ผลการดำเนินการควบคุมและการเฝ้าระวังด้านมลพิษและของเสียในโครงการก่อสร้าง

Pollution
Unit
Target
Target Year
Baseline Year
2023
2024
2025
Progress
PM-10
mg/m³
< 100 mg/m³
2030
2025
N/A
N/A
0.093
Target achieved
CO
ppm
< 30 ppm
2030
2025
N/A
N/A
0.77
Target achieved
NO₂
ppm
< 0.17 ppm
2030
2025
N/A
N/A
0.0166
Target achieved
SO₂
ppm
< 0.3 ppm
2030
2025
N/A
N/A
0.0079
Target achieved
ตัวชี้วัด
เป้าหมายในปี 2569
ผลการดำเนินงาน ปี 2568
การลดมลพิษทางอากาศ
ควบคุมคุณภาพเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างภายในโครงการให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยกำหนดให้ปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และจำนวนครั้งที่มีการปล่อยมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐานเป็น ศูนย์ครั้ง
อยู่ในเกณฑ์เป้าหมาย
การลดปริมาณฝุ่นในโครงการก่อสร้าง
ครอบคลุม ทุกโครงการ
ครอบคลุม ทุกโครงการ

บริษัทฯ ได้มีการติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศจากกรมควบคุมมลพิษ และสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เพื่อให้ทราบข้อมูลคุณภาพอากาศบริเวณโครงการ ได้แก่ ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) โดยกรณีมีแนวโน้มค่าความเข้มข้นเกินค่ามาตรฐานที่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ บริษัทฯ จะดำเนินการควบคุมและเฝ้าระวังทันที โดยเฉพาะกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ได้แก่ งานที่ใช้เครื่องจักรและยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล งานขนส่งวัสดุก่อสร้างเข้าสู่พื้นที่โครงการ และงานตัด เจาะ เจียร์ ขัดแต่งผิวคอนกรีต หรือกิจกรรมอื่นที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง เพื่อควบคุมไม่ให้ค่ามลพิษเกินมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด

ในปีที่ผ่านมา ไม่พบว่ามีการปล่อยมลพิษทางอากาศเกินค่าที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงกำหนดเป้าหมายในการควบคุมและลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ โดยกำหนดค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และกำหนดให้จำนวนครั้งที่มีการปล่อยมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐานเป็นศูนย์ในปีถัดไป เพื่อรักษาและยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อม และป้องกันการปล่อยมลพิษออกสู่ภายนอก