การบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
ด้วยพันธกิจในการเป็นผู้นำด้านการให้บริการอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจรที่ยั่งยืน บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนแนวทางการขับเคลื่อนของประเทศไทยและตลาดทุนไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และได้เข้าร่วมโครงการ JUMP+ (Jump Plus) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนจัดทำแผนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action Plan) และกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำแนวทางดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการกำหนดเป้าหมายและมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ครอบคลุมทั้ง Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในการปรับตัวพร้อมรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และป้องกันความเสี่ยงรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อบริษัทฯ โดยพิจารณาครอบคลุมทั้งความเสี่ยงเชิงกายภาพ อาทิ น้ำท่วม ภัยแล้ง และพายุ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน หรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่านที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ครอบคลุมกระบวนการดำเนินธุรกิจ พร้อมจัดให้มีมาตรการประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ตลอดจนบูรณาการความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจ
เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
ขอบเขต 1, 2 และ 3
5%
50%
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
2578
(ค.ส. 2035)
ความเป็นกลางทางคาร์บอน
(Carbon Neutrality)
2587
(ค.ส. 2044)
NET ZERO
2593
(ค.ส. 2050)
บริษัทฯ มีเป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ส. 2050) และมีเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี พ.ศ. 2587 (ค.ส. 2044) ในการจะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทางบริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางในการดำเนินงาน เป้าหมาย ตัวชี้วัด และการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งมีการทบทวนเป้าหมายและผลการดำเนินงานในทุกปี เพื่อให้มีความเหมาะสมและเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน
แนวทางการจัดการ
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการพัฒนากลยุทธ์ที่สอดคล้องกับแนวทาง ESG และนโยบายของภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว บริษัทฯ ได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสภาพภูมิอากาศ ดังนี้
โดยคณะผู้บริหารได้นำวาระเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผนวกเข้าในเป้าหมายทางด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร และจัดตั้งคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขึ้น พร้อมทั้งมอบหมายให้คณะทำงานนี้ ซึ่งมีประธานคณะทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูง รับผิดชอบในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง โดยมีแนวทางในการบริหารจัดการ คือ
- ประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและปรับตัว
- กำหนดให้มีการติดตามบัญชีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร เฝ้าระวังและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- ปรับปรุงการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด
- การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและการใช้ทรัพยากร ลดการใช้พลังงาน และเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ
- บริหารจัดการทรัพยากรและของเสียอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- การสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เช่น พนักงาน, ผู้อยู่อาศัย เป็นต้น ในการสร้างความตระหนักเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสภาพภูมิอากาศ
คณะกรรมการบริษัท
บทบาท: ผู้อนุมัติสูงสุดและผู้รับผิดชอบต่อความยั่งยืนขององค์กร
หน้าที่: กำหนดทิศทาง กลยุทธ์ และอนุมัตินโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- อนุมัติเป้าหมายระยะยาว เช่น การบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หรือ Net Zero
- กำกับดูแลให้การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางธุรกิจ
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน
บทบาท: ผู้กลั่นกรองและกำกับนโยบายระดับนโยบาย
หน้าที่: กลั่นกรองแผนงานและเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัท
- ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามตัวชี้วัด (KPIs) ด้านสิ่งแวดล้อมรายไตรมาส
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายและมาตรฐานสากลใหม่ๆ เช่น พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2568
คณะอนุกรรมการด้านบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน
บทบาท: ผู้ขับเคลื่อนกลยุทธ์สู่การปฏิบัติและกลั่นกรองข้อมูล
หน้าที่: วิเคราะห์ประเด็นความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ (TCFD) เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่
- สอบทานความถูกต้องของรายงานความยั่งยืนและข้อมูลการปล่อยคาร์บอน
- ประสานงานระหว่างระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการเพื่อให้เกิดการบูรณาการทั่วทั้งองค์กร
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้บริหารระดับสูง
บทบาท: ผู้นำการเปลี่ยนแปลงและบริหารจัดการทรัพยากร
หน้าที่: ผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติในทุกสายงาน (Business Units)
- จัดสรรทรัพยากร งบประมาณ และเทคโนโลยีที่จำเป็นในการลดคาร์บอน
- สื่อสารความสำคัญด้านสภาพภูมิอากาศให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร
คณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ
บทบาท: ผู้ปฏิบัติการและรวบรวมข้อมูลเชิงเทคนิค
หน้าที่: จัดเก็บและคำนวณข้อมูลก๊าซเรือนกระจก (CFO) ของบริษัทฯ ในแต่ละปี
- เสนอโครงการลดการใช้พลังงานและการจัดการขยะภายในอาคารและสำนักงาน
• จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการฯ
การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความยั่งยืน (KPI) ของบริษัทฯ ซึ่งนำไปใช้กับ CEO ผู้บริหารระดับสูง และพนักงานที่เกี่ยวข้องกับตัวชี้วัดความยั่งยืน ได้แก่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้น้ำ การประเมินความยั่งยืน เป็นต้น
ทั้งนี้คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน จะมีการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก แผนงานต่าง ๆ พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานจากคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อติดตามแผน เป้าหมาย และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อให้สามารถควบคุมปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และกำหนดแนวทางพัฒนาต่อไปได้
Climate Change Scenario Analysis
การวิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บริษัทฯ ดำเนินการวิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Scenario Analysis) เพื่อประเมินความยืดหยุ่นของกลยุทธ์และรูปแบบการดำเนินธุรกิจภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกัน รวมถึงเพื่อระบุความเสี่ยงและโอกาสที่อาจเกิดขึ้นจากทั้งการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสภาพภูมิอากาศ (Physical Risks) และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Transition Risks)
ผลการวิเคราะห์จะถูกนำมาใช้ประกอบการบริหารความเสี่ยง การวางแผนกลยุทธ์ การจัดทำ Climate Change Adaptation Plan และ Climate Transition Plan รวมถึงการพิจารณามาตรการเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่นของธุรกิจในระยะยาว
บริษัทฯ พิจารณาสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินงาน ทรัพย์สิน บุคลากร ลูกค้า/ผู้ใช้บริการ ห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุน และความต่อเนื่องทางธุรกิจ
การวิเคราะห์ใช้สถานการณ์อ้างอิงจาก Network for Greening the Financial System (NGFS) ซึ่งเป็นชุดสถานการณ์ที่ใช้สำหรับประเมินทั้ง Physical Risks และ Transition Risks โดยบริษัทฯ เลือก 3 สถานการณ์ที่สะท้อนระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ได้แก่ Net Zero 2050, Delayed Transition และ Current Policies
การวิเคราะห์เป็นการประเมินเชิงคุณภาพในระยะเริ่มต้น โดยบริษัทฯ จะพัฒนาการวิเคราะห์เชิงปริมาณเพิ่มเติมเมื่อมีข้อมูลที่เหมาะสมและเพียงพอสำหรับการประเมินผลกระทบในระดับพื้นที่และทรัพย์สิน
Scenario | ลักษณะสถานการณ์ | ความเสี่ยงหลักที่คาดว่าจะเกิด |
Net Zero 2050 | โลกดำเนินนโยบายลด GHG อย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 | Transition Risk สูง / Physical Risk ต่ำกว่า |
Delayed Transition | การดำเนินนโยบายด้าน Climate ล่าช้า ก่อนเร่งดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้นในภายหลัง | Transition Risk สูงมากในช่วงเปลี่ยนผ่าน / Physical Risk ปานกลาง |
Current Policies | มีเพียงนโยบายที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ทำให้การลด GHG ไม่เพียงพอและเกิดภาวะโลกร้อนในระดับสูง | Physical Risk สูงมาก / Transition Risk ต่ำกว่าในระยะต้น |
Physical Risks
Climate Risk | Net Zero 2050 | Delayed Transition | Current Policies | ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริษัท |
น้ำท่วม / น้ำท่วมฉับพลัน | ต่ำ–กลาง | กลาง | สูง | อาคาร/พื้นที่บริหารจัดการเสียหาย การให้บริการหยุดชะงัก |
ฝนตกหนัก | กลาง | กลาง - สูง | สูง | ระบบระบายน้ำ ภูมิทัศน์ และสาธารณูปโภคได้รับผลกระทบ |
พายุ / ลมแรง | กลาง | กลาง | สูง | ความเสียหายต่ออาคาร ต้นไม้ ป้าย และทรัพย์สิน |
อุณหภูมิสูง / Heatwave | กลาง | สูง | สูง | ความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงาน ต้นทุนพลังงานเพิ่ม |
ภัยแล้ง / Water Stress | กลาง | กลาง | สูง | ความเพียงพอของน้ำและต้นทุนการบริหารจัดการน้ำ |
ความต่อเนื่องทางธุรกิจ | ต่ำ–กลาง | กลาง - สูง | สูง | การหยุดชะงักของการให้บริการและการบริหารโครงการ |
ระดับ Low/Medium/High ในตารางนี้เป็น การประเมินเบื้องต้นเชิงคุณภาพของบริษัทฯ เพื่อใช้เป็นกรอบสำหรับการประเมินระดับพื้นที่และทรัพย์สินต่อไป ไม่ใช่การคาดการณ์ความน่าจะเป็นหรือความเสียหายเชิงตัวเลข
Transition Risks
Transition Risk | Net Zero 2050 | Delayed Transition | Current Policies | ผลกระทบต่อบริษัท |
กฎหมาย/ข้อกำหนดด้าน Climate | สูง | สูงมาก | ต่ำ–กลาง | ต้องปรับกระบวนการและการเปิดเผยข้อมูล |
Carbon-related costs | สูง | สูงมาก | ต่ำ–กลาง | ต้นทุนพลังงาน/การเดินทาง/การจัดซื้ออาจเพิ่ม |
ความต้องการผลิตภัณฑ์ Green Products | สูง | สูง | กลาง | ต้องเพิ่มสินค้าที่มี Environmental Label/Lower Carbon Footprint |
เทคโนโลยีรถยนต์ EV / Energy-efficient vehicles | สูง | สูง | ต่ำ–กลาง | ต้องปรับ Fleet/รถเช่า |
ความต้องการข้อมูล ESG จากลูกค้า/นักลงทุน | สูง | สูง | กลาง | ต้องเพิ่มคุณภาพและความสามารถในการเปิดเผยข้อมูล |
ความเสี่ยงจาก Supplier | สูง | สูง | กลาง | Supplier อาจต้องมีข้อมูล GHG/สิ่งแวดล้อมมากขึ้น |
ผลกระทบต่อกลยุทธ์และธุรกิจ
บริษัทฯ อยู่ระหว่างการจัดทำ Climate Change Scenario Analysis เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจ โดยมีประเด็นสำคัญที่นำมาพิจารณา ได้แก่
ด้านการดำเนินงาน (Operations)
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มความสามารถในการเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อการดำเนินงานและความต่อเนื่องทางธุรกิจ
ด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Property Management)
บริษัทฯ จะนำผลการประเมินความเสี่ยงทางกายภาพของแต่ละพื้นที่มาประกอบการกำหนดมาตรการด้าน Climate Change Adaptation โดยคำนึงถึงลักษณะความเสี่ยงและความเปราะบางของแต่ละพื้นที่
ด้านพลังงาน (Energy)
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อรองรับความเสี่ยงจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นและการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้พลังงานเพื่อการทำความเย็น รวมถึงพิจารณาการใช้พลังงานหมุนเวียนตามความเหมาะสม
ด้านการจัดซื้อ (Procurement)
บริษัทฯ มุ่งเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผลิตภัณฑ์ที่มีข้อมูลด้าน Carbon Footprint หรือข้อมูลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ด้านการขนส่ง (Transportation)
บริษัทฯ พิจารณาการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและการทยอยเปลี่ยนยานพาหนะที่ใช้ในการดำเนินงานไปสู่ยานพาหนะที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานและ/หรือรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การเสริมสร้างความสามารถในการรับมือและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
(Climate Resilience and Adaptation Measures)
บริษัทฯ อยู่ระหว่างการจัดทำแนวทางด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Adaptation) โดยนำประเด็นความเสี่ยงทางกายภาพที่มีนัยสำคัญจาก Climate Change Scenario Analysis มาพิจารณา เพื่อเพิ่มความพร้อมและความสามารถในการรับมือของพื้นที่ดำเนินงาน ทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการ และการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
บริษัทฯ กำหนดกรอบมาตรการด้าน Climate Resilience และ Adaptation ที่จะนำไปประยุกต์ใช้ตามระดับความเสี่ยงและลักษณะของแต่ละพื้นที่ โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. การรับมือความเสี่ยงจากน้ำท่วมและฝนตกหนัก (Flood and Heavy Rainfall Resilience)
- ประเมินและระบุพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากน้ำท่วมและน้ำขัง
- ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบระบายน้ำและจุดระบายน้ำก่อนและระหว่างฤดูฝน
- กำหนดแนวทางเตรียมความพร้อมสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง
- จัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการรับมือเหตุการณ์น้ำท่วมตามระดับความเสี่ยงของพื้นที่
- จัดทำขั้นตอนการตอบสนองต่อเหตุการณ์และการสื่อสารในกรณีเกิดน้ำท่วมหรือฝนตกหนัก
2. การรับมือความเสี่ยงจากพายุและสภาพอากาศรุนแรง (Storm and Extreme Weather Resilience)
- ตรวจสอบต้นไม้ ป้าย และสิ่งติดตั้งภายนอกอาคารที่อาจได้รับผลกระทบจากลมแรง
- ระบุพื้นที่หรือสิ่งติดตั้งที่มีความเสี่ยงและกำหนดมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
- ติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- จัดทำแนวทางการแจ้งเตือนและการสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้องก่อนและระหว่างเกิดเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง
3. การรับมือความเสี่ยงจากอุณหภูมิสูงและความร้อน (Heat Resilience)
- ประเมินกิจกรรมและลักษณะงานที่อาจมีความเสี่ยงจากอุณหภูมิสูงและความร้อน
- จัดให้มีพื้นที่พักและน้ำดื่มที่เพียงพอสำหรับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
- พิจารณาการกำหนดช่วงเวลาปฏิบัติงานและช่วงพักที่เหมาะสมตามสภาพอากาศ
- สื่อสารและสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความเสี่ยงจากความร้อนและแนวทางการป้องกัน Heat Stress
4. การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านน้ำ (Water Resilience)
- ติดตามและประเมินแนวโน้มการใช้น้ำและความเสี่ยงด้าน Water Stress ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
- ส่งเสริมมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้น้ำ
- ระบุพื้นที่ที่อาจมีความเสี่ยงด้านความเพียงพอของน้ำ
- พิจารณามาตรการหรือแหล่งน้ำสำรองสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงตามความเหมาะสม
5. ความต่อเนื่องทางธุรกิจและการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน (Business Continuity and Emergency Response)
- นำความเสี่ยงจากเหตุการณ์สภาพอากาศและภัยธรรมชาติที่มีนัยสำคัญมาพิจารณาในการจัดทำและทบทวน Business Continuity Plan (BCP)
- กำหนดหน่วยงานและผู้รับผิดชอบในการตอบสนองต่อเหตุการณ์
- จัดทำลำดับการแจ้งเตือนและช่องทางการสื่อสารระหว่างผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้อง
- ทบทวนและปรับปรุงมาตรการหลังเกิดเหตุการณ์จริง รวมถึงนำผลจากการประเมินและบทเรียนที่ได้รับมาใช้ในการพัฒนามาตรการอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ จะติดตามและทบทวนประสิทธิผลของมาตรการด้าน Climate Change Adaptation อย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาจากผลการประเมินความเสี่ยง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และความเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ก๊าซเรือนกระจก | หน่วย | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
ปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด | TonCO2e | 757 | 1,488 | 944 |
ขอบเขตที่ 1 (scope 1) | TonCO2e | 43 | 1107 | 140 |
ขอบเขตที่ 2 (scope 2) | TonCO2e | 100 | 90 | 436 |
ขอบเขตที่ 3 (scope 3) | TonCO2e | 614 | 291 | 368 |
ความเข้มข้นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 และ Scope 2) ต่อหน่วยรายได้
ก๊าซเรือนกระจก | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
ความเข้มข้น (หน่วย : tCO₂e / ล้านบาท) | 0.08 | 0.73 | 0.31 |
ทั้งนี้ บริษัทมุ่งมั่นดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมภายในองค์กร เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บริษัทได้ดำเนินการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกขององค์กรครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง 3 ขอบเขต โดยกำหนดให้ปี 2568 เป็นปีฐาน (Base Year) สำหรับการติดตามและเปรียบเทียบผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกดังกล่าวได้ผ่านการทวนสอบโดยผู้ทวนสอบภายนอกที่ได้รับการรับรอง ได้แก่ บริษัท บิวโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งดำเนินการทวนสอบตามแนวทางมาตรฐานสากล ISO 14064-1:2018 สำหรับการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และ ISO 14064-3:2019 สำหรับการทวนสอบและรับรองข้อมูล
GHG Verification Certificate
การทวนสอบโดยหน่วยงานอิสระ เพื่อยืนยันความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท
Downloadแผนโครงการที่สำคัญเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการ Jump+ (Jump Plus) ซึ่งเป็นโครงการที่จัดโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนในการกำหนดเป้าหมายและดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ
ภายใต้โครงการดังกล่าว บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานขององค์กรลง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 7 ภายในปี พ.ศ. 2571 เมื่อเทียบกับ ปีฐาน พ.ศ. 2568 โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตลอดจนการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
ประเด็นสำคัญ | ปีฐาน (tCO2e) | เป้าหมาย (Target) | ||
% Reduction | ||||
ปี 2568 | ปี 2569 | ปี 2570 | ปี 2571 | |
ปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก | 944 | 3% | 5% | 7% |
แผนงานที่สำคัญ(Strategic Projects) | ปี | ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Expected Outcomes) |
จัดทำมาตรการพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์ของบริษัท และศึกษาการเปลี่ยนใช้รถที่ประหยัดพลังงาน | 2569 | ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 ไม่น้อยกว่า 3% ผ่านการเตรียมแผนปรับเปลี่ยนรถเช่าเป็นรุ่นที่ประหยัดพลังงานและส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ที่ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง |
2570 | ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 ไม่น้อยกว่า 5% ผ่านการปรับเปลี่ยนรถเช่าอย่างน้อยร้อยละ 50 เป็นรถที่ประหยัดพลังงาน และส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ | |
2571 | ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 ไม่น้อยกว่า 7% ผ่านมาตรการการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตรวจสอบสภาพรถเป็นประจำและวางแผนการเดินทาง | |
การเลือกหมวดการทำความสะอาด โดยใช้เป็นฉลากเขียวหรือเทียบเท่าที่ย่อยสลายได้ | 2569 | ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ไม่น้อยกว่า 3% จากปีฐาน ผ่านการจัดทำ “Green Product List” และการปรับปรุงการใช้วัตถุดิบทำความสะอาด |
2570 | ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ไม่น้อยกว่า 5% จากปีฐาน ผ่านการเพิ่มสัดส่วนการใช้ผลิตภัณฑ์สูตรฉลากเขียวหรือย่อยสลายได้อย่างน้อย 15% ของวัตถุดิบทั้งหมด | |
2571 | ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 รวมไม่น้อยกว่า 7% ผ่านการเพิ่มสัดส่วนการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างน้อย 30% ของวัตถุดิบทั้งหมด |
การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) | |||
ระบุความเสี่ยง | ลักษณะความเสี่ยง | ผลกระทบความเสี่ยง | มาตรการจัดการความเสี่ยง |
1. ความเสี่ยงจากความพร้อมของบุคลากรและซัพพลายเชนต่อการเปลี่ยนผ่าน | บุคลากร ผู้รับเหมาหรือซัพพลายเออร์ยังขาดความเข้าใจในแนวทางการดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำ | แผนดำเนินงานลดคาร์บอนอาจไม่เป็นไปตามเป้า หรือเกิดความผิดพลาดในการปฏิบัติ | จัดอบรมความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้บุคลากรและซัพพลายเออร์หลัก จัดระบบติดตามและประเมินผล |
2. ต้นทุนวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ฉลากเขียวสูงกว่าที่คาด | สินค้าฉลากเขียวหรือย่อยสลายได้อาจะมีราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไปและเกินกว่างบที่วางแผนไว้ | ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น กระทบกับงบประมาณบริษัท | เจรจาต่อรองกับผู้ผลิต หาผู้จัดจำหน่ายทางเลือกและจัดทำ green procurement plan เพื่อควบคุมต้นทุน และหาวิธีการปฏิบัติงานเพื่อลดปริมาณการใช้งาน |
แผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสัดส่วนการลดตามมาตรการ
ขอบเขต | แผนงานสำคัญ (Strategic Measures) | ปีเป้าหมาย | เป้าหมายการลด GHG | ปริมาณ GHG ที่คาดว่าจะลดได้* | สัดส่วนต่อเป้าหมายการลด GHG* |
Scope 1 | การส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ขับขี่ด้วยความเร็วเหมาะสม ลดการเร่ง/เบรกโดยไม่จำเป็น และลดการใช้เชื้อเพลิง | 2571 | ลด ≥7% | ≈ 4.28 tCO₂e | 40% |
Scope 1 | การปรับเปลี่ยนรถยนต์เช่าเป็นรถที่ประหยัดพลังงาน/รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยมีเป้าหมายปรับเปลี่ยนรถยนต์เช่าอย่างน้อย 50% | 2571 | ลด ≥7% | ≈ 4.82 tCO₂e | 45% |
Scope 1 | การส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงที่มีการปล่อย GHG ต่ำลง และการวางแผนการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ | 2571 | ลด ≥7% | ≈ 1.61 tCO₂e | 15% |
รวม Scope 1 | ลด ≥7% | ≈ 10.71 tCO₂e | 100% | ||
Scope 3 | การเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีฉลากสิ่งแวดล้อม (Green Products/Green Label) โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม | 2571 | ลด ≥7% | ≈ 38.76 tCO₂e | 70% |
Scope 3 | การลดการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเกินความจำเป็น ผ่านการกำหนดปริมาณการใช้ที่เหมาะสมและสร้างความตระหนักแก่พนักงาน | 2571 | ลด ≥7% | ≈ 16.61 tCO₂e | 30% |
รวม Scope 3 | ลด ≥7% | ≈ 55.37 tCO₂e | 100% | ||
รวมทั้งหมด | ลด 7% ของ GHG รวม | ≈ 66.08 tCO₂e | 100% | ||
* ปริมาณและสัดส่วนการลด GHG เป็นค่าประมาณการจากการประเมินผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากแต่ละมาตรการ และอาจมีการปรับปรุงตามข้อมูลการดำเนินงานจริงและผลการติดตามประเมินผล
แผนงานการเปลี่ยนผ่านสู่ผลิตภัณฑ์สีเขียว
มาตรการ | เป้าหมาย | สัดส่วนการมีส่วนร่วมต่อเป้าหมายการลด Scope 3 |
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น | เปลี่ยนเป็น Green Label 100% | รวมอยู่ใน 70% |
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ | เปลี่ยนเป็น Green Label 100% | รวมอยู่ใน 70% |
ถุงขยะส่วนกลาง | ปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีค่า Carbon Footprint/EF ต่ำกว่าเดิม | รวมอยู่ใน 70% |
กระดาษทิชชู่ส่วนกลาง | เพิ่มการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากสิ่งแวดล้อม | รวมอยู่ใน 70% |
ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเกินความจำเป็น | กำหนดปริมาณการใช้และสร้างความตระหนัก | 30% |
การวางแผนทางการเงินเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ
บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินงาน ต้นทุน และความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ ในระยะยาว บริษัทฯ จึงได้บูรณาการเป้าหมายและมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้ากับการวางแผนทางการเงินและการจัดสรรทรัพยากร โดยบริษัทฯ มีแผนและอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ สำหรับการทยอยปรับเปลี่ยนรถยนต์เช่าเป็นรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานและ/หรือรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 รวมถึงการจัดสรรงบประมาณด้านการจัดซื้อเพื่อเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Products) โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีฉลากสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 3 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพิจารณาการจัดสรรทรัพยากรสำหรับมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการดำเนินงานที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากร โดยการวางแผนทางการเงินดังกล่าวจะได้รับการทบทวนให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ ความพร้อมในการดำเนินงาน และความเหมาะสมทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตาม Climate Transition Plan อย่างเป็นระบบ


English