ข้ามไปยังเนื้อหา
  • หน้าแรก
  • บริการของเรา
    Property Management & Sole Agent
    PMM PROPERTY MANAGEMENT
    CROWN RESIDENCE
    PASSION REALTOR
    HAMPTON HOTEL AND RESIDENCE MANAGEMENT
    Wyde Interior
    INTERIOR DESIGN
    TURNKEY
    LANDSCAPE DESIGN
    FURNITURE
    Insurance
    PRIM INSURANCE
    Construction & Project Management
    PROJECT ASIA
    UNO Services
    NU MAID
    UNO FACILITY MANAGEMENT
    DOOR MART
    System Development
    LIVTECH LAB

    บริการออกแบบภายใน และ Turnkey

    บริการดูแลและบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์

  • ข่าวสารและกิจกรรม
  • Primo Club
  • เกี่ยวกับเรา
    • ประวัติความเป็นมา
    • วิสัยทัศน์และพันธกิจ
    • บริษัทในเครือ
    • โครงสร้างองค์กร
    • กฎบัตร และนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
    • การรับรองคุณภาพ/มาตรฐาน
  • นักลงทุนสัมพันธ์

    ข้อมูลบริษัท

    คณะกรรมการบริษัท
    คณะกรรมการตรวจสอบ
    คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
    คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
    คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน
    คณะกรรมการบริหาร
    คณะผู้บริหาร

    ข้อมูลผู้ถือหุ้น

    ข้อมูลพื้นฐาน
    รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    นโยบายและการจ่ายเงินปันผล
    การประชุมผู้ถือหุ้น
    สิทธิของผู้ถือหุ้น
    รายการระหว่างกัน

    ข้อมูลทางการเงิน

    ข้อมูลสำคัญทางการเงิน
    งบการเงิน
    คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

    ข้อมูลราคาหลักทรัพย์

    เอกสารเผยแพร่

    หนังสือชี้ชวนเสนอขายหลักทรัพย์
    แบบฟอร์ม 56-1 One Report
    ESG Preformance Report

    สอบถามข้อมูล

    ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์
    อีเมลรับข่าวสาร

    ข้อมูลอื่นๆ

    กิจกรรมและเอกสารนำเสนอ
    จรรยาบรรณสำหรับนักลงทุนสัมพันธ์
  • นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • ความยั่งยืน

    มิติสิ่งแวดล้อม

    การบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
    การจัดการด้านพลังงาน
    การบริหารจัดการน้ำและน้ำทิ้ง
    การบริหารจัดการทรัพยากร
    การบริหารจัดการขยะและของเสีย
    การบริหารจัดการคุณภาพอากาศ
    ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

    มิติสังคม

    สิทธิมนุษยชน
    การบริหารจัดการทรัพยากรบคคล
    อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
    การสร้างคุณค่าทางสังคม
    การพัฒนาสินค้าและบริการ

    มิติเศรษฐกิจ และบรรษัทภิบาล

    การกำกับดูแลกิจการ และการปฏิบัติตามข้อกำหนด
    การบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤต
    การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
    การบริหารจัดการนวัตกรรม
    ความมั่นคงทางไซเบอร์ และการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
  • ติดต่อเรา
    • แนะนำติชม / แจ้งเรื่องร้องเรียน
    • ร่วมงานกับเรา
    • ติดต่อเรา
  • ไทย ไทย
    • ไทย ไทย
    • English English

การบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

ด้วยพันธกิจในการเป็นผู้นำด้านการให้บริการอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจรที่ยั่งยืน บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนแนวทางการขับเคลื่อนของประเทศไทยและตลาดทุนไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และได้เข้าร่วมโครงการ JUMP+ (Jump Plus) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนจัดทำแผนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action Plan) และกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำแนวทางดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการกำหนดเป้าหมายและมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ครอบคลุมทั้ง Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในการปรับตัวพร้อมรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และป้องกันความเสี่ยงรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อบริษัทฯ โดยพิจารณาครอบคลุมทั้งความเสี่ยงเชิงกายภาพ อาทิ น้ำท่วม ภัยแล้ง และพายุ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน หรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่านที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มเข้มงวดขึ้น บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ครอบคลุมกระบวนการดำเนินธุรกิจ พร้อมจัดให้มีมาตรการประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ตลอดจนบูรณาการความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจ

เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
ขอบเขต 1, 2 และ 3

5%
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
2570
(ค.ส. 2027) 

50%
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
2578
(ค.ส. 2035)

ความเป็นกลางทางคาร์บอน
(Carbon Neutrality)
2587
(ค.ส. 2044)


NET ZERO
2593
(ค.ส. 2050)

บริษัทฯ มีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิลง 100% และบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) และมีเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2587 (ค.ศ. 2044) โดยในระยะสั้น บริษัทฯ มีเป้าหมายในการ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 5% ภายในปี พ.ศ. 2570 (ค.ศ. 2027)

เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน เป้าหมาย และตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงประเมินความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งติดตามและทบทวนเป้าหมายและผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

แนวทางการจัดการ

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการพัฒนากลยุทธ์ที่สอดคล้องกับแนวทาง ESG และนโยบายของภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว บริษัทฯ ได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสภาพภูมิอากาศ ดังนี้

โดยคณะผู้บริหารได้นำวาระเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผนวกเข้าในเป้าหมายทางด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร และกำหนดให้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer: CEO) เป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแลประเด็นความเสี่ยงและการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งจัดตั้งคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีประธานคณะทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูง ทำหน้าที่รับผิดชอบและขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายและเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์กร เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทฯ โดยมีแนวทางในการบริหารจัดการ คือ

  • ประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและปรับตัว
  • กำหนดให้มีการติดตามบัญชีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร เฝ้าระวังและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • ปรับปรุงการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด
  • การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและการใช้ทรัพยากร ลดการใช้พลังงาน และเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ
  • บริหารจัดการทรัพยากรและของเสียอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • การสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เช่น พนักงาน, ผู้อยู่อาศัย เป็นต้น ในการสร้างความตระหนักเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสภาพภูมิอากาศ

คณะกรรมการบริษัท

บทบาท: ผู้อนุมัติสูงสุดและผู้รับผิดชอบต่อความยั่งยืนขององค์กร

หน้าที่: กำหนดทิศทาง กลยุทธ์ และอนุมัตินโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  • อนุมัติเป้าหมายระยะยาว เช่น การบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หรือ Net Zero
  • กำกับดูแลให้การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางธุรกิจ

คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน

บทบาท: ผู้กลั่นกรองและกำกับนโยบายระดับนโยบาย

หน้าที่: กลั่นกรองแผนงานและเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัท

  • ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามตัวชี้วัด (KPIs) ด้านสิ่งแวดล้อมรายไตรมาส
  • ให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายและมาตรฐานสากลใหม่ๆ เช่น พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2568

คณะอนุกรรมการด้านบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน

บทบาท: ผู้ขับเคลื่อนกลยุทธ์สู่การปฏิบัติและกลั่นกรองข้อมูล

หน้าที่: วิเคราะห์ประเด็นความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ (TCFD) เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่

  • สอบทานความถูกต้องของรายงานความยั่งยืนและข้อมูลการปล่อยคาร์บอน
  • ประสานงานระหว่างระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการเพื่อให้เกิดการบูรณาการทั่วทั้งองค์กร

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้บริหารระดับสูง

บทบาท: ผู้นำการเปลี่ยนแปลงและบริหารจัดการทรัพยากร

หน้าที่: ผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติในทุกสายงาน (Business Units)

  • จัดสรรทรัพยากร งบประมาณ และเทคโนโลยีที่จำเป็นในการลดคาร์บอน
  • สื่อสารความสำคัญด้านสภาพภูมิอากาศให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร

คณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ

บทบาท: ผู้ปฏิบัติการและรวบรวมข้อมูลเชิงเทคนิค

หน้าที่: รวบรวมและคำนวณข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (Corporate Carbon Footprint: CCF) ของบริษัทฯ เป็นประจำทุกปี

  • เสนอโครงการลดการใช้พลังงานและการจัดการขยะภายในอาคารและสำนักงา
  • จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการฯ

บริษัทมีกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่มีผู้รับผิดชอบชัดเจน มีการทำงานร่วมกันระหว่างหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และมีขั้นตอนจัดการความเสี่ยงโดยเฉพาะ คณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศมีการทำงานร่วมกันระหว่างทุกหน่วยงาน เช่น ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายบริหารความเสี่ยง และผู้บริหารแต่ละสายงานธุรกิจ เพื่อให้การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศครอบคลุมการดำเนินธุรกิจ โดยฝ่ายบริหารความเสี่ยง (Risk Management) รับผิดชอบการวิเคราะห์ความเสี่ยง โดยเชื่อมโยงผลการวิเคราะห์กับการกำหนดแนวทางรับมือและติดตามความเสี่ยง

การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความยั่งยืน (KPI) ของบริษัทฯ ซึ่งนำไปใช้กับ CEO ผู้บริหารระดับสูง และพนักงานที่เกี่ยวข้องกับตัวชี้วัดความยั่งยืน ได้แก่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้น้ำ การประเมินความยั่งยืน เป็นต้น

ทั้งนี้คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน จะมีการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก แผนงานต่าง ๆ พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานจากคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อติดตามแผน เป้าหมาย และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อให้สามารถควบคุมปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และกำหนดแนวทางพัฒนาต่อไปได้

Climate Change Scenario Analysis
การวิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทฯ ดำเนินการวิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Scenario Analysis) เพื่อประเมินความยืดหยุ่นของกลยุทธ์และรูปแบบการดำเนินธุรกิจภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกัน รวมถึงเพื่อระบุความเสี่ยงและโอกาสที่อาจเกิดขึ้นจากทั้งการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสภาพภูมิอากาศ (Physical Risks) และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Transition Risks)

ผลการวิเคราะห์จะถูกนำมาใช้ประกอบการบริหารความเสี่ยง การวางแผนกลยุทธ์ การจัดทำ Climate Change Adaptation Plan และ Climate Transition Plan รวมถึงการพิจารณามาตรการเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่นของธุรกิจในระยะยาว

บริษัทฯ พิจารณาสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินงาน ทรัพย์สิน บุคลากร ลูกค้า/ผู้ใช้บริการ ห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุน และความต่อเนื่องทางธุรกิจ

การวิเคราะห์ใช้สถานการณ์อ้างอิงจาก Network for Greening the Financial System (NGFS) ซึ่งเป็นชุดสถานการณ์ที่ใช้สำหรับประเมินทั้ง Physical Risks และ Transition Risks โดยบริษัทฯ เลือก 3 สถานการณ์ที่สะท้อนระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ได้แก่ Net Zero 2050, Delayed Transition และ Current Policies

การวิเคราะห์เป็นการประเมินเชิงคุณภาพในระยะเริ่มต้น โดยบริษัทฯ จะพัฒนาการวิเคราะห์เชิงปริมาณเพิ่มเติมเมื่อมีข้อมูลที่เหมาะสมและเพียงพอสำหรับการประเมินผลกระทบในระดับพื้นที่และทรัพย์สิน

Scenario
ลักษณะสถานการณ์
ความเสี่ยงหลักที่คาดว่าจะเกิด
Net Zero 2050
โลกดำเนินนโยบายลด GHG อย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050
Transition Risk สูง / Physical Risk ต่ำกว่า
Delayed Transition
การดำเนินนโยบายด้าน Climate ล่าช้า ก่อนเร่งดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้นในภายหลัง
Transition Risk สูงมากในช่วงเปลี่ยนผ่าน / Physical Risk ปานกลาง
Current Policies
มีเพียงนโยบายที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ทำให้การลด GHG ไม่เพียงพอและเกิดภาวะโลกร้อนในระดับสูง
Physical Risk สูงมาก / Transition Risk ต่ำกว่าในระยะต้น

กระบวนการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate-related Risk Assessment Process)

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อระบุ ประเมิน และจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ทรัพย์สิน บุคลากร ลูกค้าและผู้ใช้บริการ ห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุน และความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยครอบคลุมทั้งความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks) และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

บริษัทฯ ใช้การวิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Scenario Analysis) โดยอ้างอิงสถานการณ์จาก Network for Greening the Financial System (NGFS) จำนวน 3 สถานการณ์ ได้แก่ Net Zero 2050, Delayed Transition และ Current Policies เพื่อพิจารณาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกัน

กระบวนการประเมินความเสี่ยงประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ ดังนี้

การระบุความเสี่ยง (Risk Identification): ระบุปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ ทั้งความเสี่ยงทางกายภาพ เช่น น้ำท่วม ฝนตกหนัก พายุ อุณหภูมิสูงและภาวะขาดแคลนน้ำ รวมถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน เช่น การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและข้อกำหนดด้านสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอน ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และข้อกำหนดด้านข้อมูล ESG จากลูกค้าและนักลงทุน

การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment): พิจารณาลักษณะความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจ ภายใต้สถานการณ์และกรอบเวลาที่แตกต่างกัน โดยใช้การประเมินเชิงคุณภาพในระยะเริ่มต้น และพัฒนาการวิเคราะห์เชิงปริมาณเพิ่มเติมเมื่อมีข้อมูลที่เหมาะสมและเพียงพอ

การจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง (Risk Prioritization): พิจารณาระดับความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อระบุประเด็นที่ควรได้รับการจัดการเป็นลำดับแรก โดยคำนึงถึงลักษณะการดำเนินธุรกิจและความเสี่ยงของพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง

การกำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยง (Risk Mitigation and Adaptation): นำผลการประเมินมาใช้ประกอบการกำหนดมาตรการป้องกัน ลดผลกระทบ และเพิ่มความสามารถในการปรับตัว เช่น การเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมและสภาพอากาศรุนแรง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบริหารจัดการน้ำ และการพิจารณาความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ

การติดตามและทบทวน (Monitoring and Review): ติดตามความคืบหน้าของแผนงานและตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมเป็นรายไตรมาสผ่านกลไกการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง และทบทวนเป้าหมายและผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกปี เพื่อให้การจัดการความเสี่ยงสอดคล้องกับสถานการณ์และบริบททางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

Physical Risks

Climate Risk
Net Zero 2050
Delayed Transition
Current Policies
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริษัท
น้ำท่วม / น้ำท่วมฉับพลัน
ต่ำ–กลาง
กลาง
สูง
อาคาร/พื้นที่บริหารจัดการเสียหาย การให้บริการหยุดชะงัก
ฝนตกหนัก
กลาง
กลาง - สูง
สูง
ระบบระบายน้ำ ภูมิทัศน์ และสาธารณูปโภคได้รับผลกระทบ
พายุ / ลมแรง
กลาง
กลาง
สูง
ความเสียหายต่ออาคาร ต้นไม้ ป้าย และทรัพย์สิน
อุณหภูมิสูง / Heatwave
กลาง
สูง
สูง
ความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงาน ต้นทุนพลังงานเพิ่ม
ภัยแล้ง / Water Stress
กลาง
กลาง
สูง
ความเพียงพอของน้ำและต้นทุนการบริหารจัดการน้ำ
ความต่อเนื่องทางธุรกิจ
ต่ำ–กลาง
กลาง - สูง
สูง
การหยุดชะงักของการให้บริการและการบริหารโครงการ

ระดับ Low/Medium/High ในตารางนี้เป็น การประเมินเบื้องต้นเชิงคุณภาพของบริษัทฯ เพื่อใช้เป็นกรอบสำหรับการประเมินระดับพื้นที่และทรัพย์สินต่อไป ไม่ใช่การคาดการณ์ความน่าจะเป็นหรือความเสียหายเชิงตัวเลข

Transition Risks

Transition Risk
Net Zero 2050
Delayed Transition
Current Policies
ผลกระทบต่อบริษัท
กฎหมาย/ข้อกำหนดด้าน Climate
สูง
สูงมาก
ต่ำ–กลาง
ต้องปรับกระบวนการและการเปิดเผยข้อมูล
Carbon-related costs
สูง
สูงมาก
ต่ำ–กลาง
ต้นทุนพลังงาน/การเดินทาง/การจัดซื้ออาจเพิ่ม
ความต้องการผลิตภัณฑ์ Green Products
สูง
สูง
กลาง
ต้องเพิ่มสินค้าที่มี Environmental Label/Lower Carbon Footprint
เทคโนโลยีรถยนต์ EV / Energy-efficient vehicles
สูง
สูง
ต่ำ–กลาง
ต้องปรับ Fleet/รถเช่า
ความต้องการข้อมูล ESG จากลูกค้า/นักลงทุน
สูง
สูง
กลาง
ต้องเพิ่มคุณภาพและความสามารถในการเปิดเผยข้อมูล
ความเสี่ยงจาก Supplier
สูง
สูง
กลาง
Supplier อาจต้องมีข้อมูล GHG/สิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน: ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

อุณหภูมิที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอาจทำให้การใช้พลังงานและต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอุณหภูมิที่สูงขึ้นอาจส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานเพื่อทำความเย็นในอาคารและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อต้นทุนการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการดำเนินงานของสถานประกอบการที่ให้บริการ

เพื่อรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าวและคว้าโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน บริษัทฯ ได้เริ่มใช้ไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์บริเวณพื้นที่จอดรถแทนหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์แบบเดิม นอกจากนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการวางแผนนำเครื่องม่านอากาศมาใช้ในร้าน Lawson เพื่อช่วยลดการสูญเสียอากาศเย็น และมีศักยภาพในการลดความต้องการใช้ระบบทำความเย็นและการใช้ไฟฟ้า

โครงการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์บริษัทฯ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบทั่วไป บริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ

ผลกระทบต่อกลยุทธ์และธุรกิจ

บริษัทฯ อยู่ระหว่างการจัดทำ Climate Change Scenario Analysis เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจ โดยมีประเด็นสำคัญที่นำมาพิจารณา ได้แก่

ด้านการดำเนินงาน (Operations)
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มความสามารถในการเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อการดำเนินงานและความต่อเนื่องทางธุรกิจ

ด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Property Management)
บริษัทฯ จะนำผลการประเมินความเสี่ยงทางกายภาพของแต่ละพื้นที่มาประกอบการกำหนดมาตรการด้าน Climate Change Adaptation โดยคำนึงถึงลักษณะความเสี่ยงและความเปราะบางของแต่ละพื้นที่

ด้านพลังงาน (Energy)
เพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานเพื่อทำความเย็นและต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น บริษัทฯ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดยได้เริ่มใช้ไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์บริเวณพื้นที่จอดรถแทนหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ และอยู่ระหว่างการวางแผนนำเครื่องม่านอากาศมาใช้ในร้าน Lawson เพื่อลดการสูญเสียอากาศเย็นและช่วยลดความต้องการใช้ไฟฟ้าสำหรับระบบทำความเย็น มาตรการดังกล่าวสนับสนุนการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ

ด้านการจัดซื้อ (Procurement)
บริษัทฯ มุ่งเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผลิตภัณฑ์ที่มีข้อมูลด้าน Carbon Footprint หรือข้อมูลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ด้านการขนส่ง (Transportation)
บริษัทฯ พิจารณาการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและการทยอยเปลี่ยนยานพาหนะที่ใช้ในการดำเนินงานไปสู่ยานพาหนะที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานและ/หรือรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การเสริมสร้างความสามารถในการรับมือและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
(Climate Resilience and Adaptation Measures)

บริษัทฯ อยู่ระหว่างการจัดทำแนวทางด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Adaptation) โดยนำประเด็นความเสี่ยงทางกายภาพที่มีนัยสำคัญจาก Climate Change Scenario Analysis มาพิจารณา เพื่อเพิ่มความพร้อมและความสามารถในการรับมือของพื้นที่ดำเนินงาน ทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการ และการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

บริษัทฯ กำหนดกรอบมาตรการด้าน Climate Resilience และ Adaptation ที่จะนำไปประยุกต์ใช้ตามระดับความเสี่ยงและลักษณะของแต่ละพื้นที่ โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. การรับมือความเสี่ยงจากน้ำท่วมและฝนตกหนัก (Flood and Heavy Rainfall Resilience)

  • ประเมินและระบุพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากน้ำท่วมและน้ำขัง
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบระบายน้ำและจุดระบายน้ำก่อนและระหว่างฤดูฝน
  • กำหนดแนวทางเตรียมความพร้อมสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง
  • จัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการรับมือเหตุการณ์น้ำท่วมตามระดับความเสี่ยงของพื้นที่
  • จัดทำขั้นตอนการตอบสนองต่อเหตุการณ์และการสื่อสารในกรณีเกิดน้ำท่วมหรือฝนตกหนัก

2. การรับมือความเสี่ยงจากพายุและสภาพอากาศรุนแรง (Storm and Extreme Weather Resilience)

  • ตรวจสอบต้นไม้ ป้าย และสิ่งติดตั้งภายนอกอาคารที่อาจได้รับผลกระทบจากลมแรง
  • ระบุพื้นที่หรือสิ่งติดตั้งที่มีความเสี่ยงและกำหนดมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
  • ติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • จัดทำแนวทางการแจ้งเตือนและการสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้องก่อนและระหว่างเกิดเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง

3. การรับมือความเสี่ยงจากอุณหภูมิสูงและความร้อน (Heat Resilience)

  • ประเมินกิจกรรมและลักษณะงานที่อาจมีความเสี่ยงจากอุณหภูมิสูงและความร้อน
  • จัดให้มีพื้นที่พักและน้ำดื่มที่เพียงพอสำหรับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
  • พิจารณาการกำหนดช่วงเวลาปฏิบัติงานและช่วงพักที่เหมาะสมตามสภาพอากาศ
  • สื่อสารและสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความเสี่ยงจากความร้อนและแนวทางการป้องกัน Heat Stress

4. การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านน้ำ (Water Resilience)

  • ติดตามและประเมินแนวโน้มการใช้น้ำและความเสี่ยงด้าน Water Stress ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
  • ส่งเสริมมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้น้ำ
  • ระบุพื้นที่ที่อาจมีความเสี่ยงด้านความเพียงพอของน้ำ
  • พิจารณามาตรการหรือแหล่งน้ำสำรองสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงตามความเหมาะสม

5. ความต่อเนื่องทางธุรกิจและการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน (Business Continuity and Emergency Response)

  • นำความเสี่ยงจากเหตุการณ์สภาพอากาศและภัยธรรมชาติที่มีนัยสำคัญมาพิจารณาในการจัดทำและทบทวน Business Continuity Plan (BCP)
  • กำหนดหน่วยงานและผู้รับผิดชอบในการตอบสนองต่อเหตุการณ์
  • จัดทำลำดับการแจ้งเตือนและช่องทางการสื่อสารระหว่างผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้อง
  • ทบทวนและปรับปรุงมาตรการหลังเกิดเหตุการณ์จริง รวมถึงนำผลจากการประเมินและบทเรียนที่ได้รับมาใช้ในการพัฒนามาตรการอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ จะติดตามและทบทวนประสิทธิผลของมาตรการด้าน Climate Change Adaptation อย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาจากผลการประเมินความเสี่ยง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และความเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ก๊าซเรือนกระจก
หน่วย
ปี 2566
ปี 2567
ปี 2568
ปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด
TonCO2e
757
1,488
944

ขอบเขตที่ 1

(scope 1)

TonCO2e
43
1107
140
ขอบเขตที่ 2
(scope 2)
TonCO2e
100
90
436

ขอบเขตที่ 3

(scope 3)

TonCO2e
614
291
368

ความเข้มข้นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 และ Scope 2) ต่อหน่วยรายได้

ก๊าซเรือนกระจก
ปี 2566
ปี 2567
ปี 2568

ความเข้มข้น

(หน่วย : tCO₂e / ล้านบาท)

0.08
0.73
0.31

ทั้งนี้ บริษัทมุ่งมั่นดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมภายในองค์กร เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทได้ดำเนินการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกขององค์กรครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง 3 ขอบเขต โดยกำหนดให้ปี 2568 เป็นปีฐาน (Base Year) สำหรับการติดตามและเปรียบเทียบผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกดังกล่าวได้ผ่านการทวนสอบโดยผู้ทวนสอบภายนอกที่ได้รับการรับรอง ได้แก่ บริษัท บิวโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งดำเนินการทวนสอบตามแนวทางมาตรฐานสากล ISO 14064-1:2018 สำหรับการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และ ISO 14064-3:2019 สำหรับการทวนสอบและรับรองข้อมูล

GHG Verification Certificate

การทวนสอบโดยหน่วยงานอิสระ เพื่อยืนยันความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท

Download

แผนโครงการที่สำคัญเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการ Jump+ (Jump Plus) ซึ่งเป็นโครงการที่จัดโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนในการกำหนดเป้าหมายและดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ

ภายใต้โครงการดังกล่าว บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานขององค์กรลง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 7 ภายในปี พ.ศ. 2571 เมื่อเทียบกับ ปีฐาน พ.ศ. 2568 โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตลอดจนการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

ประเด็นสำคัญ


ปีฐาน

(tCO2e)


เป้าหมาย (Target)




% Reduction


ประเด็นสำคัญ
ปี 2568
ปี 2569
ปี 2570
ปี 2571
ปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
944
3%
5%
7%
แผนงานที่สำคัญ(Strategic Projects)
ปี
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Expected Outcomes)
จัดทำมาตรการพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์ของบริษัท และศึกษาการเปลี่ยนใช้รถที่ประหยัดพลังงาน


2569
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 ไม่น้อยกว่า 3% ผ่านการเตรียมแผนปรับเปลี่ยนรถเช่าเป็นรุ่นที่ประหยัดพลังงานและส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ที่ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง

2570
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 ไม่น้อยกว่า 5% ผ่านการปรับเปลี่ยนรถเช่าอย่างน้อยร้อยละ 50 เป็นรถที่ประหยัดพลังงาน และส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ

2571
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 ไม่น้อยกว่า 7% ผ่านมาตรการการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตรวจสอบสภาพรถเป็นประจำและวางแผนการเดินทาง
การเลือกหมวดการทำความสะอาด โดยใช้เป็นฉลากเขียวหรือเทียบเท่าที่ย่อยสลายได้


2569
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ไม่น้อยกว่า 3% จากปีฐาน ผ่านการจัดทำ “Green Product List” และการปรับปรุงการใช้วัตถุดิบทำความสะอาด

2570
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ไม่น้อยกว่า 5% จากปีฐาน ผ่านการเพิ่มสัดส่วนการใช้ผลิตภัณฑ์สูตรฉลากเขียวหรือย่อยสลายได้อย่างน้อย 15% ของวัตถุดิบทั้งหมด

2571
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 รวมไม่น้อยกว่า 7% ผ่านการเพิ่มสัดส่วนการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างน้อย 30% ของวัตถุดิบทั้งหมด
การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)



ระบุความเสี่ยง
ลักษณะความเสี่ยง
ผลกระทบความเสี่ยง
มาตรการจัดการความเสี่ยง
1. ความเสี่ยงจากความพร้อมของบุคลากรและซัพพลายเชนต่อการเปลี่ยนผ่าน
บุคลากร ผู้รับเหมาหรือซัพพลายเออร์ยังขาดความเข้าใจในแนวทางการดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำ
แผนดำเนินงานลดคาร์บอนอาจไม่เป็นไปตามเป้า หรือเกิดความผิดพลาดในการปฏิบัติ
จัดอบรมความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้บุคลากรและซัพพลายเออร์หลัก จัดระบบติดตามและประเมินผล
2. ต้นทุนวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ฉลากเขียวสูงกว่าที่คาด
สินค้าฉลากเขียวหรือย่อยสลายได้อาจะมีราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไปและเกินกว่างบที่วางแผนไว้
ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น กระทบกับงบประมาณบริษัท
เจรจาต่อรองกับผู้ผลิต หาผู้จัดจำหน่ายทางเลือกและจัดทำ green procurement plan เพื่อควบคุมต้นทุน และหาวิธีการปฏิบัติงานเพื่อลดปริมาณการใช้งาน

แผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสัดส่วนการลดตามมาตรการ

ขอบเขต
แผนงานสำคัญ (Strategic Measures)
ปีเป้าหมาย
เป้าหมายการลด GHG
ปริมาณ GHG ที่คาดว่าจะลดได้*
สัดส่วนต่อเป้าหมายการลด GHG*
Scope 1
การส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ขับขี่ด้วยความเร็วเหมาะสม ลดการเร่ง/เบรกโดยไม่จำเป็น และลดการใช้เชื้อเพลิง
2571
ลด ≥7%
≈ 4.28 tCO₂e
40%
Scope 1
การปรับเปลี่ยนรถยนต์เช่าเป็นรถที่ประหยัดพลังงาน/รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยมีเป้าหมายปรับเปลี่ยนรถยนต์เช่าอย่างน้อย 50%
2571
ลด ≥7%
≈ 4.82 tCO₂e
45%
Scope 1
การส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงที่มีการปล่อย GHG ต่ำลง และการวางแผนการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ
2571
ลด ≥7%
≈ 1.61 tCO₂e
15%
รวม Scope 1


ลด ≥7%
≈ 10.71 tCO₂e
100%
Scope 3
การเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีฉลากสิ่งแวดล้อม (Green Products/Green Label) โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
2571
ลด ≥7%
≈ 38.76 tCO₂e
70%
Scope 3
การลดการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเกินความจำเป็น ผ่านการกำหนดปริมาณการใช้ที่เหมาะสมและสร้างความตระหนักแก่พนักงาน
2571
ลด ≥7%
≈ 16.61 tCO₂e
30%
รวม Scope 3


ลด ≥7%
≈ 55.37 tCO₂e
100%
รวมทั้งหมด


ลด 7% ของ GHG รวม
≈ 66.08 tCO₂e
100%

* ปริมาณและสัดส่วนการลด GHG เป็นค่าประมาณการจากการประเมินผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากแต่ละมาตรการ และอาจมีการปรับปรุงตามข้อมูลการดำเนินงานจริงและผลการติดตามประเมินผล

แผนงานการเปลี่ยนผ่านสู่ผลิตภัณฑ์สีเขียว

มาตรการ
เป้าหมาย
สัดส่วนการมีส่วนร่วมต่อเป้าหมายการลด Scope 3
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น
เปลี่ยนเป็น Green Label 100%
รวมอยู่ใน 70%
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ
เปลี่ยนเป็น Green Label 100%
รวมอยู่ใน 70%
ถุงขยะส่วนกลาง
ปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีค่า Carbon Footprint/EF ต่ำกว่าเดิม
รวมอยู่ใน 70%
กระดาษทิชชู่ส่วนกลาง
เพิ่มการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากสิ่งแวดล้อม
รวมอยู่ใน 70%
ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเกินความจำเป็น
กำหนดปริมาณการใช้และสร้างความตระหนัก
30%

การวางแผนทางการเงินเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ

บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินงาน ต้นทุน และความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ ในระยะยาว บริษัทฯ จึงได้บูรณาการเป้าหมายและมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้ากับการวางแผนทางการเงินและการจัดสรรทรัพยากร โดยบริษัทฯ มีแผนและอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ สำหรับการทยอยปรับเปลี่ยนรถยนต์เช่าเป็นรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานและ/หรือรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 รวมถึงการจัดสรรงบประมาณด้านการจัดซื้อเพื่อเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Products) โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีฉลากสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 3 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพิจารณาการจัดสรรทรัพยากรสำหรับมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการดำเนินงานที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากร โดยการวางแผนทางการเงินดังกล่าวจะได้รับการทบทวนให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ ความพร้อมในการดำเนินงาน และความเหมาะสมทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตาม Climate Transition Plan อย่างเป็นระบบ

เอกสารที่เกี่ยวข้อง 

นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม
ดาวน์โหลดเอกสาร
นโยบายด้านการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ดาวน์โหลดเอกสาร
มาตรการและแนวทางการปฏิบัติในการประหยัดพลังงานและลดการใช้ทรัพยากร
ดาวน์โหลดเอกสาร
นโยบายการบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
ดาวน์โหลดเอกสาร
GHG Verification Certificate
ดาวน์โหลดเอกสาร

Our Services

    • Inspection
    • Property Sales
    • Luxury Management
    • Property Management
    • Hotel & Residence Management
    • Cleaning Service
    • Interior Design

 

About PRIMO

  • Company History
  • Vision & Mission
  • Company Structure
  • Our Policies
  • Corporate Governance
  • Sustainability

 

  • Feedback / Complaints
  • Whistleblowing
  • Careers
  • Contact Us
  • PDPA
  • Privacy Policy
  • DSAR
  • Primo Club

  • หน้าแรก
  • บริการของเรา
  • ข่าวสารและกิจกรรม
  • Primo Club
  • เกี่ยวกับเรา
  • นักลงทุนสัมพันธ์
  • นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • ความยั่งยืน
  • ติดต่อเรา
Copyright 2026 © Primo Service Solution Company Limited
  • หน้าแรก
  • บริการของเรา
    • UNITED PROJECT MANAGEMENT
    • UPM DESIGN STUDIO
    • PASSION REALTOR
    • CROWN RESIDENCE
    • PMM PROPERTY MANAGEMENT
    • HAMPTON HOTEL AND RESIDENCE MANAGEMENT
    • WYDE INTERIOR
      • MOVING SERVICE
    • CLEANING SERVICE
      • NU MAID
      • NAY CHANG by UNO SERVICE
  • ข่าวสารและกิจกรรม
  • Primo Club
  • เกี่ยวกับเรา
    • ประวัติความเป็นมา
    • วิสัยทัศน์และพันธกิจ
    • บริษัทในเครือ
    • โครงสร้างองค์กร
    • กฎบัตร และนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
    • การรับรองคุณภาพ/มาตรฐาน
  • นักลงทุนสัมพันธ์
  • นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • ความยั่งยืน
  • ติดต่อเรา
    • แนะนำติชม / แจ้งเรื่องร้องเรียน
    • ร่วมงานกับเรา
    • ติดต่อเรา