สิทธิมนุษยชน
นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ มีอุดมการณ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม โดยยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามหลักบรรษัทภิบาลและจรรยาบรรณบริษัท ในด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายและหลักการด้านสิทธิมนุษยชนในระดับสากล เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ปราศจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งในกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ (Direct Activity) และในความสัมพันธ์ทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงคู่ธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Business Partner in Business Value Chain) และผู้ร่วมธุรกิจ (Joint Venture)
บริษัทฯ กำหนดนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนโดยมีกรอบแนวทางจากหลักปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนในระดับสากล อาทิ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) ปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization (ILO) Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work) และหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs)
ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ
บริษัทฯ ตระหนักว่าลักษณะและบริบทของการดำเนินธุรกิจในแต่ละประเภทอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่แตกต่างกัน บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการระบุและประเมินประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีความเกี่ยวข้องและมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ โดยพิจารณาครอบคลุมทั้งการดำเนินงานของบริษัทฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่คุณค่า
ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญ ได้แก่
- สิทธิแรงงานและสภาพการจ้างงานที่เป็นธรรม รวมถึงการไม่เลือกปฏิบัติและการให้โอกาสอย่างเท่าเทียม
- อาชีวอนามัยและความปลอดภัย สำหรับพนักงาน ผู้รับเหมา และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
- สิทธิและความปลอดภัยของลูกค้าและผู้ใช้บริการ รวมถึงผู้พักอาศัยและผู้ใช้พื้นที่ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทฯ
- สิทธิของชุมชนและความปลอดภัยของชุมชนโดยรอบพื้นที่ดำเนินงาน โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างและการดำเนินงานของบริษัทฯ
- สิทธิแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการป้องกันแรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และการคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของแรงงาน
- สิทธิในความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของพนักงาน ลูกค้า ผู้ใช้บริการ และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในการระบุประเด็นสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะรับฟังและเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการระบุและประเมินประเด็นสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ โดยครอบคลุมพนักงาน ลูกค้า ผู้ใช้บริการ ผู้รับเหมา คู่ค้า ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านช่องทางการสื่อสารและการมีส่วนร่วมที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม
ความคิดเห็น ข้อร้องเรียน และข้อมูลจากผู้มีส่วนได้เสียจะถูกนำมาพิจารณาประกอบการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อระบุประเด็นที่มีนัยสำคัญ กำหนดแนวทางป้องกันและบรรเทาผลกระทบ ตลอดจนปรับปรุงการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง
แนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการเคารพสิทธิมนุษยชนในทุกกิจกรรมของบริษัทฯ โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนต้องร่วมกันส่งเสริมค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพสิทธิมนุษยชน โดยยึดถือและปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้
- ปฏิบัติต่อทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมบนพื้นฐานของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยไม่เลือกปฏิบัติหรือแบ่งแยกถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ สัญชาติ เพศ อายุ สีผิว ศาสนา การแสดงออกทางความคิด สภาพร่างกาย ฐานะ ชาติตระกูล หรือความแตกต่างใด ๆ
- ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจโดยไม่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ที่เกี่ยวข้อง
- สนับสนุนและเคารพการปกป้องสิทธิมนุษยชน ดูแลมิให้ธุรกิจของบริษัทฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน และปกป้องสิทธิมนุษยชนของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ ได้แก่ ลูกค้า พนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ และกลุ่มเปราะบาง
- สื่อสารและสร้างความเข้าใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าเกี่ยวกับหลักการและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ
- ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกำหนดแนวทางหรือมาตรการในการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
- จัดให้มีการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนและการเก็บรักษาข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งพัฒนาช่องทางการร้องเรียนและการแจ้งเบาะแสด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง
- สนับสนุนการมีส่วนร่วมและพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนและสังคม เพื่อส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี
- ส่งเสริมกิจกรรมที่สร้างประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
- สนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความสมดุลทางธรรมชาติ
โครงสร้างการกำกับดูแลและความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีคุณธรรม โดยยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามหลักบรรษัทภิบาลและจรรยาบรรณบริษัทฯ ดังนี้
1) คณะกรรมการบริษัท
มีหน้าที่กำหนดนโยบายและกำกับดูแลแนวทางการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ และตลอดห่วงโซ่คุณค่า
2) คณะกรรมการด้านบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน
กำกับดูแลและติดตามกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) ให้สอดคล้องกับนโยบาย และทบทวนนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปี
3) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหาร
มอบหมายให้มีโครงสร้างและผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนและกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนให้เกิดประสิทธิผล
4) คณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชน
มีหน้าที่หลักในการดำเนินกระบวนการ HRDD อย่างเป็นรูปธรรม โดยครอบคลุมหน้าที่สำคัญ ได้แก่
- ผนวกหลักสิทธิมนุษยชนเข้ากับนโยบายธุรกิจและความสัมพันธ์กับคู่ค้า
- ประเมินผลกระทบและความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย
- กำหนดมาตรการป้องกันและแนวทางการแก้ไขเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบทั้งภายในและภายนอกองค์กร
- กำหนดมาตรการเยียวยาที่สมเหตุสมผลสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
- สื่อสารผลการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน มาตรการเยียวยา วิธีการจัดการผลกระทบ และผลการดำเนินงานแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบและสาธารณะตามความเหมาะสม
- รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน รวมถึงกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน และองค์กรภาคประชาสังคม
- จัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสและการเยียวยาสำหรับผู้ได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงาน
- รวบรวมและจัดเก็บรายงานผลการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงาน
- รายงานผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงานต่อคณะกรรมการด้านบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
5) พนักงานทุกคน
มีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน และแจ้งเบาะแสหากพบเห็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
การแจ้งเบาะแส การร้องเรียน และการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางรับแจ้งเบาะแสและร้องเรียนสำหรับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยประกาศช่องทางดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถแจ้งข้อกังวลหรือข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือการปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติของบริษัทฯ
ผู้ร้องเรียนหรือผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับการคุ้มครอง และข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ โดยบริษัทฯ จะไม่ดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการตอบโต้หรือส่งผลกระทบต่อสิทธิและตำแหน่งงานของผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ร้องเรียน ทั้งในระหว่างดำเนินการสอบสวนและภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการ ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลจะดำเนินการเฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายหรือกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence)
บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ทุก 3 ปี ตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) เพื่อระบุและประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินธุรกิจทั้งภายในองค์กรและตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยคำนึงถึงความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ เพื่อนำไปกำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบ รวมถึงมาตรการเยียวยาที่เหมาะสม ตลอดจนติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทฯ นำหลักสิทธิมนุษยชนมาบูรณาการกับนโยบายและการดำเนินธุรกิจ รวมถึงความสัมพันธ์กับคู่ค้า เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิผลตลอดห่วงโซ่คุณค่า
การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนตามห่วงโซ่คุณค่า
ห่วงโซ่คุณค่า | ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ | แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยง |
1. การหาลูกค้าและการตลาด การโฆษณา ทำสัญญา) | • การสื่อสารหรือการให้ข้อมูลที่เกินจริง กระทบต่อการตัดสินใจ • การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล จัดเก็บหรือใช้ข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอม • การเข้าถึงบริการ ช่องทางการสื่อสารไม่รองรับกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้พิการ | • ปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA และพัฒนาระบบจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ อบรมให้พนักงานให้การสื่อสารอย่างโปร่งใสและมีความรับผิดชอบ • ปรับปรุงเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันตามมาตรฐาน WCAG เพื่อการเข้าถึงของคนทุกกลุ่ม |
2. การจัดซื้อจัดจ้าง การคัดเลือกคู่ค้า | • แรงงานบังคับ/แรงงานเด็ก ความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานของคู่ค้า • สภาพการทำงานที่ไม่เป็นธรรม คู่ค้าไม่จ่ายค่าจ้างตามเกณฑ์ หรือมีสภาพแวดล้อมไม่ปลอดภัยต่อการทำงาน | • จัดให้มีนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง อย่างมีความรับผิดชอบ และจรรยาบรรณคู่ค้าที่ครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน และกำหนดให้คู่ค้าทุกรายต้องลงนามรับทราบและปฏิบัติตาม • มีการตรวจประเมินคู่ค้าเป็นประจำ ทั้งการประเมินตนเอง และตรวจสอบ ณ สถานประกอบการ |
3. การพัฒนาบุคลากร รับสมัครพนักงาน และการฝึกอบรม | • การเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน การคัดเลือก การเลื่อนตำแหน่ง หรือการให้ผลประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรม เนื่องจากอคติทางเพศ เชื้อชาติ อายุ ความพิการ ฯลฯ • การล่วงละเมิดและคุกคามในที่ทำงาน • การละเมิดสิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง • การฝึกอบรมที่ไม่ครอบคลุม การไม่ให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และความรับผิดชอบของพนักงานต่อสิทธิดังกล่าว | • จัดให้มีนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน และทบทวนปรับปรุงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรบุคคลทุกด้านให้สอดคล้องกับหลักการไม่เลือกปฏิบัติและความหลากหลาย • จัดให้มีช่องทางร้องเรียนภายในที่ปลอดภัย โปร่งใส และปกป้องผู้แจ้งเหตุร้องเรียน • จัดอบรมเรื่องสิทธิมนุษยชน การไม่เลือกปฏิบัติ การป้องกันการล่วงละเมิดในที่ทำงานให้พนักงานทุกระดับ • เคารพต่อสิทธิของพนักงานในการรวมตัวกันอย่างสันติ |
4. การส่งมอบสินค้าและบริการ | • ความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงาน การทำงานที่ต้องออกนอกสถานที่ไปยังสถานที่ของลูกค้า อาจเผชิญต่อความเสี่ยงด้านความปลอดภัย | • มีการพัฒนากรอบการตรวจสอบลูกค้า (Customer Due Diligence) เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนก่อนรับงาน • จัดทำแผนความปลอดภัยสำหรับพนักงานที่ต้องปฏิบัติงานนอกสถานที่ |
5. บริการหลังการขาย | • การละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัว การใช้ข้อมูลที่ได้จากการบริการหลังการขายในทางที่ผิด • การไม่ให้ความสำคัญกับเสียงร้องเรียนของลูกค้า | • มีการฝึกอบรมพนักงานให้ตระหนักถึงสิทธิความเป็นส่วนตัว และมีมาตรการจัดการกรณีเกิดการใช้ข้อมูลหลังการขายในทางที่ผิด • มีการจัดทำนโยบายการจัดการร้องเรียน มีกระบวนการที่เป็นธรรม และมุ่งแก้ไขปัญหา • มีการติดตามและวิเคราะห์สาเหตุของข้อร้องเรียน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงการบริการและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดซ้ำ |
การบรรเทาความเสี่ยงและกลไกป้องกันด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ กำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทาความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อป้องกันและลดโอกาสเกิดผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ต่อผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงลดความรุนแรงของผลกระทบให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยครอบคลุมการดำเนินงานของบริษัทฯ ตลอดจนความสัมพันธ์กับคู่ค้า ผู้รับเหมา พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่า
มาตรการภายในองค์กร บริษัทฯ ดำเนินการผ่านนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน จรรยาบรรณธุรกิจ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้แก่พนักงาน การประเมินและติดตามความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การป้องกันและจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบ
มาตรการภายนอกองค์กรและตลอดห่วงโซ่คุณค่า บริษัทฯ ส่งเสริมให้คู่ค้า ผู้รับเหมา และพันธมิตรทางธุรกิจดำเนินงานให้สอดคล้องกับกฎหมาย ข้อกำหนดของบริษัทฯ และหลักการด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง โดยนำประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนมาพิจารณาในการประเมินและบริหารความสัมพันธ์กับคู่ค้า รวมถึงติดตามประเด็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมทางธุรกิจและความสัมพันธ์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ โดยนำข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อกังวลที่ได้รับมาใช้ประกอบการระบุ ประเมิน และจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนกำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบให้เหมาะสมกับบริบทและลักษณะของแต่ละประเด็น
บริษัทฯ ติดตามผลการดำเนินงานและทบทวนประสิทธิผลของมาตรการที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินความเหมาะสมของแนวทางการจัดการความเสี่ยง และนำผลการติดตามไปปรับปรุงมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบให้มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
กลไกการรับเรื่องร้องเรียนและการมีส่วนร่วม
บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสที่หลากหลาย เข้าถึงได้ และคำนึงถึงการรักษาความลับ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งข้อกังวล ข้อร้องเรียน หรือประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างเหมาะสม โดยช่องทางที่บริษัทฯ จัดให้มี ได้แก่
- ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนออนไลน์ ระบบรับเรื่องร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ ซึ่งเปิดให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งข้อร้องเรียนได้ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการใช้งานหลายภาษา และสามารถแจ้งเรื่องโดยไม่เปิดเผยตัวตนได้
- Call Center ช่องทางสำหรับรับฟังข้อร้องเรียนและข้อกังวลจากผู้มีส่วนได้เสีย โดยพนักงานที่เกี่ยวข้องได้รับการฝึกอบรมด้านการรับเรื่องร้องเรียนและการรักษาความลับของข้อมูล พร้อมมีกระบวนการส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด
- จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ช่องทางเฉพาะสำหรับรับข้อร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแส โดยเรื่องที่ได้รับจะแจ้งต่อผู้บริหารหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้สามารถพิจารณาและดำเนินการได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที
- กล่องรับความคิดเห็นแบบเป็นความลับ จัดให้มีในพื้นที่ที่เหมาะสมและมีความเป็นส่วนตัวภายในสำนักงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่สะดวกใช้ช่องทางดิจิทัลสามารถแสดงความคิดเห็นหรือแจ้งข้อกังวลได้
- การพบปะและการมีส่วนร่วมโดยตรง บริษัทฯ จัดให้มีการสื่อสารและการพบปะกับชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม เพื่อรับฟังข้อกังวล ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ และนำข้อมูลที่ได้รับไปประกอบการพิจารณาและปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการรักษาความลับของข้อมูลและการคุ้มครองผู้ร้องเรียนและผู้แจ้งเบาะแสจากการตอบโต้หรือการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ ข้อร้องเรียนและข้อมูลที่ได้รับจะได้รับการพิจารณาและดำเนินการตามกระบวนการที่บริษัทฯ กำหนด โดยคำนึงถึงความเหมาะสม ความเป็นธรรม และการรักษาความลับของผู้เกี่ยวข้อง
กระบวนการจัดการข้อร้องเรียน
เมื่อบริษัทฯ ได้รับข้อร้องเรียนหรือข้อแจ้งเบาะแส บริษัทฯ จะดำเนินการตามกระบวนการที่กำหนดไว้อย่างเป็นระบบ โปร่งใส เป็นธรรม และคำนึงถึงการรักษาความลับของข้อมูลและการคุ้มครองผู้ร้องเรียน โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้
1. การรับเรื่องและยืนยันการรับข้อร้องเรียน
ข้อร้องเรียนและข้อแจ้งเบาะแสที่ได้รับผ่านช่องทางที่บริษัทฯ กำหนดจะได้รับการบันทึกและลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่อให้สามารถติดตามสถานะและผลการดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะดำเนินการแจ้งยืนยันการรับเรื่องแก่ผู้ร้องเรียนภายใน 24 ชั่วโมง
2. การคัดกรองและประเมินระดับความรุนแรง
หน่วยงานหรือคณะทำงานที่ได้รับมอบหมายจะดำเนินการคัดกรองข้อมูลเบื้องต้น ประเมินลักษณะและระดับความรุนแรงของข้อร้องเรียน รวมถึงพิจารณาความเร่งด่วนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อกำหนดลำดับความสำคัญและแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสม
3. การตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริง
บริษัทฯ จะมอบหมายบุคคลหรือคณะกรรมการสอบสวนที่มีความเหมาะสมและมีความเชี่ยวชาญตามลักษณะของข้อร้องเรียน เพื่อรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน โดยดำเนินการด้วยความเป็นกลาง เป็นธรรม และปราศจากการแทรกแซงหรือผลประโยชน์ทับซ้อน
4. การพิจารณาและกำหนดมาตรการแก้ไขและเยียวยา
ผู้บริหารหรือคณะกรรมการที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืนจะพิจารณาผลการตรวจสอบและสอบสวนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการแก้ไข ป้องกันการเกิดซ้ำ และเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรม และสิทธิของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
5. การสื่อสารผลการดำเนินการ
บริษัทฯ จะแจ้งผลการพิจารณาและแนวทางหรือมาตรการที่เกี่ยวข้องให้ผู้ร้องเรียนทราบตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงข้อจำกัดด้านการรักษาความลับและข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ร้องเรียนสามารถให้ความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมต่อแนวทางการแก้ไขได้
6. การติดตามผลและทบทวนประสิทธิผล
บริษัทฯ จะติดตามผลการดำเนินการตามมาตรการแก้ไขและเยียวยาที่กำหนด รวมถึงทบทวนความเหมาะสมและประสิทธิผลของแนวทางการจัดการข้อร้องเรียน เพื่อนำบทเรียนและข้อมูลที่ได้รับไปปรับปรุงมาตรการป้องกัน ระบบการบริหารจัดการ และกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการรักษาความลับของข้อมูลและการคุ้มครองผู้ร้องเรียน ผู้แจ้งเบาะแส และบุคคลที่เกี่ยวข้องจากการตอบโต้ การข่มขู่ หรือการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม โดยข้อมูลเกี่ยวกับข้อร้องเรียนจะถูกจำกัดการเข้าถึงและเปิดเผยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็นและสอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
มาตรการเยียวยาที่ครอบคลุม
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการจัดการและเยียวยาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสม เป็นธรรม และสอดคล้องกับลักษณะและระดับของผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเมื่อพบว่าการดำเนินงานหรือความสัมพันธ์ทางธุรกิจของบริษัทฯ ก่อให้เกิดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ จะพิจารณากำหนดมาตรการแก้ไขและเยียวยาที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงสิทธิ ความต้องการ และสถานการณ์ของผู้ได้รับผลกระทบเป็นสำคัญ ทั้งนี้ มาตรการเยียวยาครอบคลุมแนวทางสำคัญ ดังนี้
1. การฟื้นฟูและสนับสนุนผู้ได้รับผลกระทบ
บริษัทฯ พิจารณาแนวทางในการฟื้นฟูและสนับสนุนผู้ได้รับผลกระทบให้สามารถกลับคืนสู่สภาวะที่เหมาะสมตามบริบทของเหตุการณ์และลักษณะของผลกระทบ โดยครอบคลุมการสนับสนุนด้านคุณภาพชีวิต การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหรือสภาพการดำเนินชีวิต ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือหรือคำแนะนำที่เหมาะสมตามความจำเป็น
2. การแก้ไขและป้องกันการเกิดซ้ำ
บริษัทฯ ดำเนินการแก้ไขสาเหตุของปัญหาและทบทวนมาตรการที่เกี่ยวข้อง โดยอาจปรับปรุงนโยบาย กระบวนการปฏิบัติงาน ระบบควบคุมภายใน หรือมาตรการติดตามตรวจสอบ เพื่อป้องกันหรือลดโอกาสการเกิดผลกระทบในลักษณะเดียวกันซ้ำในอนาคต
3. การแสดงความรับผิดชอบและการสื่อสาร
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับผู้ได้รับผลกระทบและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาแนวทางในการแสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงการสื่อสารแนวทางการแก้ไขและมาตรการป้องกันที่บริษัทฯ จะดำเนินการ ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลจะคำนึงถึงการรักษาความลับ ข้อมูลส่วนบุคคล และสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง
4. การมีส่วนร่วมของผู้ได้รับผลกระทบ
บริษัทฯ เปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบหรือผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพิจารณาแนวทางการแก้ไขและเยียวยาตามความเหมาะสม เพื่อให้มาตรการที่กำหนดสอดคล้องกับสถานการณ์ ความต้องการ และผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง
5. การติดตามและประเมินผลการเยียวยา
บริษัทฯ ติดตามการดำเนินมาตรการแก้ไขและเยียวยา รวมถึงประเมินประสิทธิผลของมาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าผลกระทบได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม และมาตรการที่กำหนดสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดผลกระทบซ้ำได้ ทั้งนี้ ผลจากการติดตามและบทเรียนที่ได้รับจะนำไปใช้ในการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ มุ่งมั่นให้กระบวนการเยียวยาเป็นไปอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และคำนึงถึงสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบ โดยดำเนินการบนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชนและแนวทางการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) เพื่อสนับสนุนการป้องกัน การแก้ไข และการเยียวยาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิผล
การติดตามและทบทวนความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทมีระบบการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ โดยจัดให้มีการประชุมคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกเดือน มีการรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริหารทุกไตรมาส และจัดทำรายงานประจำปีเพื่อเปิดเผยต่อสาธารณะ นอกจากนี้ยังมีการทบทวนและปรับปรุงนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและมาตรฐานสากลที่พัฒนาขึ้น
บริษัทติดตามความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนผ่านการประเมินความเสี่ยง การรับข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสีย การตรวจติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรายงานผลต่อคณะกรรมการบริหารเป็นรายไตรมาส พร้อมทบทวนมาตรการบริหารจัดการและนโยบายที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
การบริหารจัดการผลกระทบ
แม้ว่าที่ผ่านมาบริษัทยังไม่พบกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ได้มีการเตรียมความพร้อมในการจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยจัดทำแผนการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบที่ชัดเจน มีการจัดสรรงบประมาณสำรองสำหรับการดำเนินการดังกล่าว และกำหนดผู้รับผิดชอบในการจัดการปัญหาในแต่ละระดับ
แผนการดำเนินงานในอนาคต
บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้กำหนดแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป ประกอบด้วยการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานในทุกห่วงโซ่คุณค่า การพัฒนาระบบการตรวจสอบและติดตามผลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในการส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทจะดำเนินการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพของพนักงานและคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารจัดการความเสี่ยงและการติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามหลักสิทธิมนุษยชนและหลักปฏิบัติด้านแรงงานอย่างเหมาะสม โดยกำหนดแนวทางให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายปฏิบัติตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับสิทธิแรงงาน การป้องกันการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ ตลอดจนการส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ผ่านคู่มือจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่พนักงานและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติและมาตรฐานสากล
สำหรับชุมชน บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) มุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนและสังคมโดยรอบ ผ่านการดำเนินกิจกรรมและโครงการที่สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างโอกาสทางอาชีพ และส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบและพัฒนาบริการให้สามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมสำหรับทุกคน รวมถึงผู้สูงอายุและผู้พิการ เพื่อสนับสนุนการใช้บริการและการเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการของบริษัทฯ
การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงทางไซเบอร์
บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยกำหนดนโยบายและมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ เพื่อป้องกันการเข้าถึงหรือเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) รวมถึงส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยของข้อมูลแก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดช่องทางสำหรับแจ้งเหตุหรือข้อกังวลด้านข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมและโปร่งใส
ธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี
บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส โดยมีคณะกรรมการกำกับดูแลด้านสิทธิมนุษยชนและความยั่งยืนที่ทำหน้าที่กำกับ ติดตาม และตรวจสอบแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนในทุกกระบวนการขององค์กร คณะกรรมการนี้มีบทบาทสำคัญในการพิจารณามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงการรายงานผลการดำเนินงานให้แก่คณะกรรมการบริหาร
กลไกการร้องเรียนด้านสิทธมนุษชน
บริษัทฯ ได้เปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสสำหรับพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีการกำกับดูแลให้กระบวนการดังกล่าวเป็นความลับ เป็นกลาง และมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ยังมีมาตรการปกป้องผู้ร้องเรียนจากการถูกตอบโต้ทุกรูปแบบ และรายงานผลต่อคณะกรรมการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
กิจกรรมและโครงการที่สำคัญ
บริษัทฯ จัดกิจกรรม “Primo Pride 2025 : How You Pride” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความหลากหลายและส่งเสริมความเท่าเทียม ภายใต้แนวคิดการเคารพความแตกต่างและการเป็นตัวของตัวเอง ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ อาทิ การเพ้นท์กระเป๋าผ้าและกิจกรรมส่งต่อกำลังใจให้กับลูกบ้านและชุมชนหน้าโครงการ พร้อมสร้างบรรยากาศแห่งความสุข การมีส่วนร่วม และการยอมรับความหลากหลายในสังคมอย่างเท่าเทียม


English