ผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาส

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ชุมชนท้องถิ่นยังคงเผชิญกับความท้าทายในหลายด้าน ทั้งความเหลื่อมล้ำทางโอกาส คุณภาพชีวิต การเข้าถึงทรัพยากร การศึกษา ตลอดจนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลต่อความเข้มแข็งและความยั่งยืนของชุมชนในระยะยาว

บริษัท พรีโม มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม โดยตระหนักว่าการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างมั่นคง บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต การสร้างโอกาสทางสังคม การสนับสนุนการเรียนรู้ การพัฒนาพื้นที่สาธารณะ ตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชน

นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อร่วมกันพัฒนากิจกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนอย่างเหมาะสม สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรและสังคม พร้อมยกระดับศักยภาพของชุมชนให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืนร่วมกันในอนาคต

แนวทางการดำเนินงาน

บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชน การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กร ลูกบ้าน และสังคมโดยรอบ ผ่านการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนผ่านแนวทางที่ครอบคลุมทั้งด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต อาทิ การสนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษาและการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ การส่งเสริมกิจกรรมจิตอาสา การดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การรณรงค์ด้านการคัดแยกขยะและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมถึงการส่งเสริมกิจกรรมที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งและความสัมพันธ์ที่ดีภายในชุมชน

นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานในทุกระดับ ผ่านกิจกรรมอาสาสมัครและโครงการเพื่อสังคมต่าง ๆ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสนับสนุนการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม

ภายใต้แนวคิด “PRIMO CARE” และการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG บริษัทมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ คุณภาพชีวิตของผู้คน และการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเชื่อว่าการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง น่าอยู่ และเติบโตไปพร้อมกันในระยะยาว

แนวทางการพัฒนาชุมชน

บริษัทฯ กำหนดแนวทางการพัฒนาชุมชนโดยเริ่มจากการคัดเลือกพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจและชุมชนโดยรอบที่มีศักยภาพในการพัฒนาร่วมกัน ในระยะ 10 กม. พร้อมประสานความร่วมมือกับผู้นำชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับฟังความต้องการและกำหนดรูปแบบกิจกรรมที่เหมาะสม จากนั้นจึงวางแผนการดำเนินงาน กำหนดงบประมาณและระยะเวลาดำเนินโครงการ รวมถึงติดตามและประเมินผลลัพธ์ของแต่ละกิจกรรม เพื่อนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้างศักยภาพให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการศึกษา การสร้างอาชีพ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในพื้นที่ที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ โดยการสนับสนุนการศึกษา การสร้างอาชีพ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

 

เป้าหมายการดำเนินงานในการพัฒนาชุมชน

ส่งเสริมและพัฒนาทักษะเพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ให้แก่ชุมชนจำนวน 2,000 ราย ภายในปี 2573

ผลการดำเนินงาน

ในปี 2568 ส่งเสริมและพัฒนาทักษะเพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ให้แก่ชุมชน ได้แก่
– ครอบครัวนักเรียนและคุณครูจากโครงการ Primo Grow Go Green ปลูกพลังการเรียนรู้ จำนวน 503 ราย
– แม่บ้านชุมชน จากกิจกรรม Share To Change จำนวน 31 ราย

รวมจำนวน 534 ราย

กิจกรรมที่สำคัญเพื่อชุมชนและสังคมในปี 2568

โครงการต่อเนื่อง Primo Grow Go Green  “พัฒนาโรงเรียน ปลูกพลังการเรียนรู้” ปีที่ 2
บริษัทฯ ส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคม และสนับสนุนการเป็นจิตอาสา เพราะเราเชื่อว่า โรงเรียนเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเด็ก ๆ การได้มีส่วนร่วมในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้แก่เด็ก ๆ คือความตั้งใจจริงจากใจของทุกคนในองค์กรที่อยากส่งต่อสิ่งดี ๆ กลับคืนสู่สังคม กิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นประจำต่อเนื่องทุกปี เพื่อพัฒนาโรงเรียน และส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ ในชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ดำเนินการของบริษัทฯ  ผ่านกิจกรรมดังนี้

กิจกรรมมุ่งเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้และการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน อาทิ การพัฒนาแปลงผักสวนครัวภายในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียน ครู และผู้ปกครองได้เรียนรู้การเพาะปลูกและการบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตร สามารถนำผลผลิตไปบริโภคเพื่อลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน รวมถึงต่อยอดสู่การสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตส่วนเกิน ซึ่งเป็นการส่งเสริมทั้งทักษะอาชีพ ความมั่นคงทางอาหาร และการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในระยะยาว ซึ่งมีครอบครัวนักเรียนและคุณครูกว่า 503 รายที่ได้รับประโยชน์จากกิจกรรมนี้

โดยพนักงานบริษัทฯ อาสาจัดทำแปลงผัก เพื่อเป็นพื้นที่การเรียนรู้เชิงปฏิบัติให้น้อง ๆ ได้ฝึกปลูกพืชและเรียนรู้ทักษะชีวิต 

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ ในระยะเวลา 3 เดือน (ไตรมาส 4 ปี 2568)

จากการดำเนินโครงการในระยะเวลา 3 เดือน (ไตรมาส 4 ปี 2568) กิจกรรมการพัฒนาแปลงผักสวนครัวภายในโรงเรียนก่อให้เกิดผลลัพธ์และประโยชน์ที่สามารถวัดผลได้ โดยครอบครัวนักเรียนและคุณครูกว่า 503 ราย ได้รับประโยชน์จากกิจกรรมดังกล่าว

ผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการ ได้แก่ ผลผลิตผักรวม 20 กิโลกรัม สามารถนำไปประกอบเป็นอาหารได้ 130 จาน และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารได้รวม 1,800 บาท ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน

ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการ ทั้งในด้านการส่งเสริมทักษะการเพาะปลูกและการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ การสนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร และการลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน

ผลผลิตรวม
20 กิโลกรัม
จำนวนมื้ออาหาร
130 จาน
ค่าใช้จ่ายที่ลดลง
1,800 บาท

บริษัทฯ เคารพและสนับสนุนสิทธิเด็ก และมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิทธิและประโยชน์สูงสุดของเด็กในทุกกิจกรรมและการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ตลอดจนการคุ้มครองเด็กจากการแสวงหาประโยชน์ การเลือกปฏิบัติ และการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก

แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการเคารพสิทธิมนุษยชนและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ จะนำหลักการด้านสิทธิเด็กมาพิจารณาในการดำเนินกิจกรรมและโครงการที่เกี่ยวข้องกับเด็กและชุมชนอย่างเหมาะสม

โครงการต่อเนื่อง ทำความสะอาดศาลเจ้า ในงาน “ถือศีล กินเจ” จังหวัดภูเก็ต ปีที่ 2

อีกหนึ่งกิจกรรมที่บริษัทฯ เข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง รวมพลังจิตอาสาจากพนักงานในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเข้าร่วมกิจกรรม “ทำความสะอาดศาลเจ้า” เนื่องในเทศกาลถือศีลกินผักของ  จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2568 ณ ศาลเจ้ากะทู้, ศาลเจ้าหลิมฮู้ไท้ซู่ (อ๊ามสามกอง) และศาลเจ้าจุ๊ยตุ่ย เพื่อสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่า และร่วมดูแลชุมชนให้เติบโตไปด้วยกัน

กลไกและความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน


บริษัทฯ สนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานผ่านการจัดกิจกรรมจิตอาสาที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี โดยประสานความร่วมมือกับโรงเรียน ชุมชน พันธมิตรทางธุรกิจ และคู่ค้า เพื่อร่วมกันกำหนดและดำเนินกิจกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่ ทั้งนี้ พนักงานสามารถเข้าร่วมกิจกรรมและร่วมลงมือปฏิบัติในพื้นที่จริง เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนและผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง

บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและคู่ค้าในการสนับสนุนการพัฒนาโรงเรียนและชุมชนแล้วมากกว่า 5 แห่ง และในปี 2568 บริษัทฯ ร่วมกับบริษัทพันธมิตรกว่า 10 บริษัท ดำเนินกิจกรรมพัฒนาโรงเรียนและชุมชน จำนวน 3 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้พื้นที่ดำเนินงานของบริษัทฯ ได้แก่

โรงเรียนคลองแสนสุข จังหวัดสมุทรปราการ

โรงเรียนบ้านคลองหลวง จังหวัดสมุทรปราการ

ศาลเจ้ากะทู้ จังหวัดภูเก็ต

ในปี 2568 พนักงานบริษัทฯ มีส่วนร่วมในกิจกรรมจิตอาสารวมกว่า 480 ชั่วโมง สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของพนักงานในการสร้างประโยชน์และคุณค่าร่วมให้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง



การจ้างงานท้องถิ่น

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการจ้างงานท้องถิ่น โดยเชื่อมั่นว่าการสร้างโอกาสทางการทำงานให้กับชุมชนเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาร่วมกัน บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน แบ่งปันโอกาสให้กับสังคมและกลุ่มเปราะบาง ผ่านการจ้างงาน สร้างอาชีพ ให้ความรู้และทักษะในงานแม่บ้าน โดยเกิดคุณค่าต่อทุกฝ่ายดังนี้

รายได้ที่มั่นคงของแรงงานท้องถิ่น: การส่งเสริมการจ้างงานในท้องถิ่นช่วยสร้างโอกาสให้แก่ชุมชนในการทำงานและมีรายได้ที่มั่นคง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดการตกงานและความไม่มั่นคงในรายได้ของประชากรในพื้นที่

เศรษฐกิจหมุนเวียนภายในท้องถิ่น: การมีงานทำในท้องถิ่นช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเงินที่ได้รับจากงานทำในชุมชนจะถูกใช้จ่ายในภาคธุรกิจและกิจกรรมในชุมชนเอง ซึ่งส่งผลให้เงินทองไหลเข้ามาในชุมชนและเสริมสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่

พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับคุณภาพชีวิต: การมีงานทำในท้องถิ่นช่วยส่งเสริมให้มีเงินทุนในชุมชนซึ่งมีผลทำให้คุณภาพชีวิตของประชากรในชุมชนดังกล่าวเพิ่มขึ้น
การเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ: การมีแรงงานที่มีความรู้ความสามารถและมีคุณภาพในท้องถิ่นช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการว่าสามารถดำเนินธุรกิจในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการลงทุนขยายธุรกิจในพื้นที่ชุมชน และส่งผลทำให้มีงานทำเพิ่มขึ้นในชุมชนดังกล่าวอีกด้วย

ผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจท้องถิ่น

กิจกรรม Share To Change “สร้างโอกาส ส่งเสริมรายได้ ชุมชนเข้มแข็ง” จ้างแรงงานท้องถิ่นในปี 2568 : 31 ราย
บริษัทฯ สร้างโอกาสให้กับชุมชน ให้ชุมชนมีส่วนร่วมด้านการปฏิบัติงาน ตำแหน่ง Housekeeping Service บริการงานทำความสะอาดภายในพื้นที่ของโครงการ โดยมีการลงพื้นที่ประสานความร่วมมือกับผู้นำชุมชน รับฟังความต้องการ ความคิดเห็น และความเป็นไปได้ ในการทำงานของคนในชุมชน โดยมีการคัดเลือก Training ฝึกอบรมเสริมทักษะความรู้ในการทำงาน ด้านบุคลิภาพ, ด้าน Mindset ทัศนคติที่ดีต่อองค์กร และทดลองปฏิบัติงานจริง ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน เพื่อให้การบริการเป็นไปตามมาตรฐานการบริการของบริษัทฯ

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้จ้างแรงงานจากชุมชนจำนวน 31 ราย คิดเป็นร้อยละ 88.57 ของแรงงานในตำแหน่ง Housekeeping Service โครงการนี้ช่วยสร้างโอกาสในการจ้างงานให้กับคนในพื้นที่ และสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนรวมประมาณ 3,868,800 บาทต่อปี

การสนับสนุนทางสังคม

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง มีการบริหารจัดการด้านคุณค่าทางสังคมผ่านการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเพื่อการกุศล การร่วมลงทุนทางสังคม ผ่านช่องทางการสนับสนุนต่าง ๆ ทั้งในรูปแบบงบประมาณและสิ่งของ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ดังนี้

การร่วมลงทุนทางสังคม
15,000 บาท
สิ่งของ
20,000 บาท
น้ำยาทำความสะอาด UNO
2,211 บาท
จำนวนชั่วโมงจิตอาสา
480 ชั่วโมง

บริษัทฯ ยังมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกบ้านผ่านกิจกรรมการบริจาคเพื่อแบ่งปันสิ่งของที่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ ภายใต้โครงการตั้งกล่อง “คุณไม่ใช้ เราขอ” สำหรับการบริจาคให้กับองค์กรหรือมูลนิธิที่มีความต้องการ และกล่อง “พี่ไม่ใช้ น้อลลขอ” สำหรับการบริจาคเพื่อสัตว์เลี้ยง โดยบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการส่งต่อคุณค่า ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมอย่างยั่งยืน

สิ่งของที่ได้รับจากการบริจาคถูกนำไปส่งต่ออย่างเหมาะสม โดยเสื้อผ้าและอาหารได้มอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงส่งต่อผ่านโครงการ เหลือ-ขอ เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงเครื่องนุ่งห่มที่จำเป็น ขณะที่หนังสือถูกนำไปมอบให้แก่เด็กนักเรียนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ตุ๊กตาที่ได้รับบริจาคเรายังได้นำไปมอบให้แก่มูลนิธิเดอะวอยซ์ (The Voice Foundation) เพื่อใช้ในการดูแลสัตว์เลี้ยง กิจกรรมนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทฯ ในการสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคมในหลากหลายมิติ

เอกสารที่เกี่ยวข้อง