การกำกับดูแลกิจการและจริยธรรมที่ดี

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีโดยใช้แนวทางในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบการกำกับดูแลกิจการและจริยธรรมที่ดี (Good Corporate Governance) ยึดหลักบรรษัทภิบาล ดำเนินธุรกิจและบริหารงานด้วยความโปร่งใส อีกทั้งยังตระหนักถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายในและภายนอก เพื่อให้กลุ่มบริษัทดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ได้รับผลการประเมินจากโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน ประจำปี 2568 (Corporate Governance Report of Thai LISTED COMPANIES (CGR) 2025) โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) ภายใต้การสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยผลการประเมินอยู่ใน ระดับ “ดีมาก (Very Good)” และบริษัทยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนา และยกระดับการดำเนินงานด้านกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทให้เข้มข้นขึ้นต่อไป

เพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการ รวมถึงการส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดการปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ในปี 2568  บริษัทฯ ได้แสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน โดยได้ประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC: Thai Private Sector Collective Action Against Corruption) โดยบริษัทมีการดำเนินงานที่ยึดหลักธรรมาภิบาล จรรยาบรรณ และจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้ เพื่อแสดงออกถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินการดังกล่าวอย่างแท้จริง คณะกรรมการบริษัทฯ จึงได้ประกาศ นโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน เพื่อให้ผู้บริหาร และพนักงานทั่วทั้งองค์กร ยึดถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด รวมถึงสนับสนุนคู่ค้า ให้เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์การเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติโครงการ Collective Action against Corruption (CAC)

โครงสร้างองค์กรที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีควรประกอบด้วยคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้แทนของผู้ถือหุ้น ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างมูลค่าให้กิจการรวมทั้งสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้กับผู้ถือหุ้น ดังนั้นหน้าที่หลักของคณะกรรมการบริษัทจึงแบ่งเป็น 2 ด้าน คือ การกำหนดทิศทางนโยบายและกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัทเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจะดำเนินงานไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นของบริษัท และการติดตามการดำเนินงานของฝ่ายจัดการเพื่อตรวจสอบถ่วงดุลและรับผิดชอบผลการดำเนินงานของบริษัทต่อผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คณะกรรมการควรแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยขึ้นมาทำหน้าที่แทนในบางงานตามความจำเป็น โดยพิจารณาจากขนาดธุรกิจ ความซับซ้อนในการดำเนินธุรกิจ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ต้องการ เช่น คณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี และคณะกรรมการความเสี่ยง รวมถึงการแต่งตั้งเลขานุการบริษัทที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อทำหน้าที่ประสานงานและให้คำแนะนำด้านกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ

โครงสร้างองค์กรยังจะต้องมีความสมดุลกันทั้งด้านการป้องกันความเสี่ยง การควบคุมภายใน และการตรวจสอบการปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการ Check & balance ระหว่างกิจกรรมต่าง ๆ ดังนั้นคณะกรรมการต้องจัดโครงสร้างองค์กรให้มีหน่วยงานบริหารความเสี่ยง (Risk Function) หน่วยงานตรวจสอบ (Control Function) และหน่วยงานกำกับดูแล (Compliance Function) ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงในลักษณะการควบคุมความเสี่ยง การตรวจสอบและการกำกับดูแลของกิจกรรมหลักทั่วทั้งองค์กร จึงจะกล่าวได้ว่าบริษัทมีระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่ช่วยสนับสนุนให้ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์การดำเนินงาน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสามารถแข่งขันในระยะยาวอีกด้วย

คณะกรรมการตรวจสอบ

  • สอบทานให้บริษัทมีรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเปิดเผยอย่างเพียงพอ โดยการประสานงานกับผู้สอบบัญชี และผู้บริหารที่รับผิดชอบจัดทำรายงานทางการเงินทั้งในรายไตรมาสและประจำปี คณะกรรมการตรวจสอบอาจแนะให้ผู้สอบบัญชีสอบทานหรือตรวจสอบรายการใด ๆ ที่เห็นว่าจำเป็นและเป็นเรื่องสำคัญในระหว่างการตรวจสอบบัญชีของบริษัทก็ได้
  • สอบทานให้บริษัทและบริษัทย่อยมีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และระบบการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่มีความเหมาะสมและมีประสิทธิผล โดยสอบทานร่วมกับผู้สอบบัญชีและผู้ตรวจสอบภายใน และพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้าง และกำหนดค่าตอบแทนของหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน รวมทั้งอนุมัติแผนการตรวจสอบภายใน ตลอดจนมอบหมายงานแก่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมการตรวจสอบ
  • สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
  • พิจารณาคัดเลือกและเสนอแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัทและบริษัทย่อย และ/หรือ บริษัทร่วมและเสนอค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชีดังกล่าว โดยคำนึงถึงความน่าเชื่อถือ ความเพียงพอของทรัพยากร ปริมาณงานตรวจสอบของสำนักงานตรวจสอบบัญชีนั้น รวมถึงประสบการณ์ของบุคลากรที่ได้รับมอบหมายให้ทำการตรวจสอบบัญชีของบริษัท นอกจากนี้ คณะกรรมการตรวจสอบต้องเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละครั้ง
  • พิจารณาให้ความเห็นการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัทและ/หรือบริษัทย่อย ตามข้อกำหนดของกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท
  • จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวลงนามโดยประธานกรรมการตรวจสอบ และรายงานดังกล่าวควรประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้
  • ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย
  • ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของบริษัทและบริษัทย่อย
  • ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของกลุ่มบริษัท
  • ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
  • ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัทและบริษัทย่อย
  • จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละคน
  • ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร (Charter)
  • รายงานอื่นใดที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบ ภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
  • สอบทานและให้ความเห็นเกี่ยวกับนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ เช่น นโยบายบัญชี นโยบายการกำกับดูแลกิจการและความรับผิดชอบต่อสังคม และการต่อต้านการคอร์รัปชัน เป็นต้น
  • ทบทวนกระบวนการการกำกับดูแลกิจการและความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงการต่อต้านการคอร์รัปชันของบริษัท
  • ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระ เพื่อให้การดำเนินการของบริษัทอยู่ภายใต้กรอบการกำกับดูแลกิจการที่ดีและสอบทานหรือติดตามให้มั่นใจว่า การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีได้ดำเนินการอย่างเพียงพอแล้ว
  • การกำกับดูแลการปฏิบัติตามสัญญาไม่แข่งขันทางธุรกิจ

คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญาไม่แข่งขันทางธุรกิจเมื่อมีการขอความเห็นจากคณะกรรมการบริหาร โดยพิจารณาความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบประกอบการพิจารณารายละเอียดตามที่เสนอมา ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ให้คณะกรรมการตรวจสอบให้ความเห็นแก่คณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับเรื่องที่คณะกรรมการบริหารเสนอให้พิจารณาว่าการดำเนินการตามที่คณะกรรมการบริหารเสนอนั้นจะก่อให้เกิดการแข่งขันระหว่างบริษัทและบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือไม่ โดยคณะกรรมการตรวจสอบอาจพิจารณาแต่งตั้งที่ปรึกษาอิสระ เพื่อศึกษาข้อมูลเพื่อเติมประกอบการพิจารณาได้ตามความเหมาะสม ด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัท

  • ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

  • กำหนดนโยบายและกรอบการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร (Enterprise Risk Management) สำหรับบริษัทและบริษัทย่อย เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
  • กำกับดูแลความเสี่ยงสำคัญระดับองค์กรที่อาจส่งผลกระทบต่อนโยบาย การดำเนินงาน ชื่อเสียง และภาพลักษณ์ของบริษัท เพื่อให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ภายใต้ต้นทุนที่เหมาะสม รวมทั้งให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหารเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร
  • ทบทวนแนวทางและเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่ามีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับลักษณะและระดับของความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากธุรกรรมต่าง ๆ
  • พิจารณาและอนุมัติเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Tolerance) จุดเฝ้าระวังหรือจุดแจ้งเตือน (Trigger Points) และแผนการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ความเสี่ยงด้านการเงิน ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น ความเสี่ยงด้านการทุจริตและคอร์รัปชัน และความเสี่ยงด้านความยั่งยืน เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
  • ประเมินผลการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร ให้มั่นใจว่ามีมาตรการบริหารจัดการและลดความเสี่ยงอย่างเพียงพอ รวมถึงความเสี่ยงด้านการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน ตลอดจนติดตามความเสี่ยงสำคัญระดับองค์กรในกรณีที่ระดับความเสี่ยงเกินกว่าระดับที่ยอมรับได้ หรือถึงจุดแจ้งเตือนที่กำหนด
  • ส่งเสริมให้พนักงานมีความตระหนักและความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการบริหารความเสี่ยง
  • ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก โดยบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิผลตามกฎบัตร
  • เชิญผู้บริหารหรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อชี้แจงหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นด้านความเสี่ยงตามความเหมาะสม
  • รายงานผลการดำเนินงานและความคืบหน้าด้านการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ
  • ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบด้านการสรรหา (Nomination)

  • กำหนดหลักเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหากรรมการ กรรมการชุดย่อย ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท และผู้บริหารสูงสุดของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม
  • พิจารณาทบทวนโครงสร้าง ขนาด และองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย รวมถึงกำหนดคุณสมบัติที่เหมาะสมและสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัทและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
  • สรรหา คัดเลือก และเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เหมาะสม เพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการ กรรมการชุดย่อย ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท และผู้บริหารสูงสุดของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม รวมทั้งตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และไม่ขัดหรือมีความขัดแย้งกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ก่อนเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัท ดังนี้
    • กรณีการแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง
    • กรณีการแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัท และนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณา โดยจัดให้ผู้ถือหุ้นได้รับข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่ออย่างเพียงพอ เพื่อประกอบการตัดสินใจ
  • กำกับดูแลการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) สำหรับประธานเจ้าหน้าที่บริหารและตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง เพื่อรองรับกรณีเกษียณอายุ ลาออก หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อันจะช่วยให้การบริหารจัดการธุรกิจมีความต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนต้องรายงานความคืบหน้าของแผนสืบทอดตำแหน่งต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อรับทราบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง รวมทั้งกำกับดูแลการบริหารจัดการบุคลากรที่มีศักยภาพและการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อให้บริษัทมีบุคลากรที่เพียงพอและมีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ รวมถึงแรงจูงใจที่เหมาะสม
  • กำหนดแผนพัฒนากรรมการ เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจให้แก่กรรมการทั้งที่ดำรงตำแหน่งอยู่และกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ เกี่ยวกับธุรกิจของบริษัท บทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการ ตลอดจนพัฒนาการที่สำคัญ เช่น สภาวะอุตสาหกรรม กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และกรอบกฎหมายที่ใช้กำกับดูแล
  • ทบทวนหลักเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหากรรมการ และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทก่อนการเสนอชื่อกรรมการที่ครบกำหนดออกตามวาระ
  • ประเมินความเป็นอิสระของกรรมการอิสระแต่ละราย เพื่อให้มั่นใจว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับการดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ
  • ในกรณีที่คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนเสนอให้กรรมการที่ครบกำหนดออกตามวาระได้รับการแต่งตั้งกลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่ง ให้พิจารณาประวัติการปฏิบัติหน้าที่ ผลงานและคุณูปการต่อบริษัท ตลอดจนสถิติการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทและการประชุมผู้ถือหุ้นของกรรมการรายดังกล่าว เพื่อเสนอต่อผู้ถือหุ้นประกอบการพิจารณา
  • พิจารณารูปแบบและกำหนดแผนการพัฒนาสำหรับกรรมการ กรรมการชุดย่อย ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท และผู้บริหารสูงสุดของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม เพื่อให้ทั้งผู้ดำรงตำแหน่งอยู่เดิมและผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจของบริษัท บทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบ ตลอดจนพัฒนาการที่สำคัญ เช่น สภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม กฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
  • ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบด้านการพิจารณาค่าตอบแทน (Remuneration)

  • กำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ได้แก่ ค่าตอบแทนคงที่ (เช่น ค่าตอบแทนรายเดือนและเบี้ยประชุม) ค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน (เช่น โบนัสและเงินบำเหน็จ) หรือค่าตอบแทนในรูปแบบอื่นใดตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของเงินสด หลักทรัพย์ หรือสิทธิประโยชน์อื่น สำหรับคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท และผู้บริหารสูงสุดของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม รวมถึงการพิจารณาปรับเงินเดือนของผู้บริหารระดับสูงของบริษัท และผู้บริหารสูงสุดของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท และ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ค่าตอบแทนกรรมการควรอยู่ในระดับที่เทียบเคียงได้กับแนวปฏิบัติในอุตสาหกรรม สอดคล้องกับมูลค่าที่สร้างให้แก่ผู้ถือหุ้น และไม่อยู่ในระดับที่สูงเกินควรจนก่อให้เกิดการมุ่งเน้นผลกำไรในระยะสั้น นอกจากนี้ ให้กำหนดแนวทางการพิจารณาค่าตอบแทนผู้บริหารให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักและเป้าหมายระยะยาวของบริษัท ประสบการณ์ หน้าที่ ขอบเขตบทบาทและความรับผิดชอบ ผลงานหรือคุณูปการที่คาดหวังจากกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงแต่ละราย ตลอดจนผลประโยชน์ในระยะยาวของบริษัท
  • กำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท และผู้บริหารสูงสุดของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม เพื่อใช้ประกอบการกำหนดค่าตอบแทนประจำปี รวมทั้งทบทวนผลการปฏิบัติงานประจำปี อุปสรรค และความท้าทาย เพื่อนำผลการประเมินไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ
  • กำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดในการเสนอขายหลักทรัพย์หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (Warrants) ให้แก่กรรมการและพนักงาน (ถ้ามี)
  • เปิดเผยนโยบายและหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ รวมทั้งจัดทำรายงานค่าตอบแทนในรายงานประจำปีของบริษัท (แบบ 56-1 One Report) โดยเปิดเผยรูปแบบและจำนวนค่าตอบแทน ทั้งนี้ จำนวนค่าตอบแทนที่เปิดเผยให้รวมถึงค่าตอบแทนที่กรรมการแต่ละรายได้รับจากการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทย่อย (ถ้ามี)
  • ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน

  • กำหนดแนวทางและเสนอแนะนโยบาย กลยุทธ์ กรอบการดำเนินงาน และเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการ ความยั่งยืน จริยธรรมทางธุรกิจ จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ และนโยบายหรือมาตรการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันต่อคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานขององค์กร และส่งเสริมการดำเนินงานที่ดี สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการสร้างความเชื่อมั่นและความยั่งยืนในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
  • กำกับดูแล ให้คำแนะนำ และทบทวนการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมให้หน่วยงานภายในและภายนอกที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมและนำแนวทางด้านการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืนไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานในระดับสากล
  • ให้คำแนะนำ ส่งเสริม และสนับสนุนทรัพยากรและบุคลากรในการสื่อสารและเผยแพร่กลยุทธ์และวัฒนธรรมด้านการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน เพื่อให้คณะผู้บริหารและพนักงานทุกระดับมีความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจน และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร รวมถึงบริษัทและบริษัทย่อยในทิศทางเดียวกัน
  • สนับสนุนและให้คำแนะนำแก่บริษัทในการเข้าร่วมการประเมินหรือการจัดอันดับด้านการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน เพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กรอย่างต่อเนื่อง
  • สรุปผลการดำเนินงาน รวมถึงข้อมูลด้านการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริหารหรือคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบหรือพิจารณา แล้วแต่กรณี

คณะกรรมการบริหาร

  • ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับทิศทางเชิงกลยุทธ์ โครงสร้างการบริหารจัดการ แผนธุรกิจประจำปี และงบประมาณประจำปีของบริษัท
  • บริหารจัดการและกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้สอดคล้องกับแผน วัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่กำหนดไว้
  • ติดตามผลการดำเนินงานและผลการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย และรายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นรายเดือน
  • ระบุและประเมินโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ สำหรับบริษัท
  • ทบทวนและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทต่อคณะกรรมการบริษัท
  • ทบทวนและอนุมัติรายการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนหรือการจำหน่ายสินทรัพย์ การบริหารทรัพยากรบุคคล การเงินและการบริหารเงิน งานบริหารทั่วไป และการดำเนินธุรกิจอื่น ๆ ภายใต้ขอบเขตอำนาจที่ได้รับอนุมัติและมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
  • ทบทวนและประเมินแนวทางการบริหารความเสี่ยงและระบบควบคุมความเสี่ยงของบริษัท
  • มอบอำนาจช่วงให้แก่ผู้บริหารหรือพนักงานในการปฏิบัติงานเฉพาะเรื่องตามที่เห็นสมควร อย่างไรก็ตาม การมอบอำนาจช่วงดังกล่าวจะต้องไม่ให้อำนาจแก่คณะกรรมการบริหารหรือผู้รับมอบอำนาจในการอนุมัติรายการใด ๆ ที่บุคคลดังกล่าวหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์มีส่วนได้เสีย ได้รับประโยชน์ หรือมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะอื่นใดกับบริษัท (ตามที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำกับตลาดทุนหรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) การอนุมัติรายการดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามนโยบายและหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยคณะกรรมการบริษัทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • ว่าจ้างที่ปรึกษาอิสระหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ความเห็นหรือคำแนะนำตามที่เห็นว่าจำเป็น
  • ขอให้ผู้บริหารหรือพนักงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารหรือให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
  • รายงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับการดำเนินการภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่จำเป็นและเหมาะสม
  • ดำเนินการประเมินตนเองเป็นประจำทุกปีเพื่อประเมินผลการปฏิบัติงาน
  • ทบทวนและประเมินความเพียงพอของกฎบัตรฉบับนี้เป็นประจำทุกปี และเสนอการแก้ไขเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ
  • ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

  • กำกับดูแล บริหารจัดการ และดำเนินงานตามธุรกิจปกติของบริษัท เพื่อประโยชน์ของบริษัท บริษัทย่อย และกลุ่มบริษัทโดยรวม ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ทิศทางการดำเนินธุรกิจ วัตถุประสงค์ ข้อบังคับบริษัท ระเบียบ มติ นโยบาย กลยุทธ์ทางธุรกิจ เป้าหมาย แผนการดำเนินงาน และงบประมาณประจำปีที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น ภายใต้กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องและขอบเขตอำนาจที่กำหนดโดยคณะกรรมการบริษัท และ/หรือคณะกรรมการบริหาร
  • กำกับดูแลและบริหารจัดการการดำเนินงานประจำวันของบริษัทและบริษัทย่อย รายงานผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท และเสนอทางเลือกเชิงกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับนโยบายต่อคณะกรรมการบริหาร และ/หรือคณะกรรมการบริษัท
  • กำหนดและนำเสนอนโยบายทางธุรกิจ แผนธุรกิจ การลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ กรอบการบริหารทรัพยากรบุคคล วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย แผนการดำเนินงาน กลยุทธ์ทางธุรกิจ การประชาสัมพันธ์ รายงานประจำปี (56-1 One Report) งบประมาณประจำปี และขอบเขตอำนาจในการบริหารจัดการของบริษัทและบริษัทย่อย เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริหาร และ/หรือคณะกรรมการบริษัท
  • ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการบริหารจัดการของบริษัท บริษัทย่อย และบริษัทร่วมที่บริษัทเข้าลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ให้คำแนะนำเพื่อแก้ไขปัญหาในการดำเนินงาน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามกลยุทธ์ แผนธุรกิจ นโยบาย และเป้าหมายที่กำหนด และรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นรายไตรมาส
  • ออกคำสั่ง ระเบียบ ประกาศ และบันทึกภายใน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายของบริษัท รักษาระเบียบวินัยขององค์กร และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัท
  • ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของบริษัทหรือกลุ่มบริษัท โดยมีอำนาจมอบหมายบุคคลให้ติดต่อประสานงานกับองค์กรภายนอก หน่วยงานราชการ และหน่วยงานกำกับดูแล ภายในขอบเขตอำนาจที่ได้รับอนุมัติหรือมอบหมาย
  • กำหนดโครงสร้างองค์กร ขอบเขตอำนาจในการบริหารจัดการ และขั้นตอนการดำเนินงานที่ครอบคลุมถึงการสรรหา การฝึกอบรมและพัฒนา การจ้างงาน การแต่งตั้ง การโอนย้าย และการเลิกจ้างพนักงานในระดับต่ำกว่าผู้ช่วยผู้อำนวยการ รวมถึงกำหนดโครงสร้างเงินเดือน ค่าตอบแทน โบนัส และสวัสดิการพนักงานสำหรับพนักงานในระดับต่ำกว่าผู้ช่วยผู้อำนวยการ ภายใต้กรอบและนโยบายของบริษัทที่กำหนดไว้
  • กำหนดอัตราค่าตอบแทน ผลประโยชน์ รางวัล โบนัส และการปรับขึ้นเงินเดือนสำหรับพนักงานในระดับต่ำกว่าผู้ช่วยผู้อำนวยการให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท
  • เจรจาและลงนามในสัญญาหรือทำรายการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจปกติ ภายในขอบเขตอำนาจอนุมัติ (Authority Limits) ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท กฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และข้อบังคับของบริษัท
  • อนุมัติสัญญาและรายการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจตามปกติตามขอบเขตอำนาจอนุมัติ (Authority Limits) ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท เช่น การจัดซื้อสินทรัพย์ การกู้ยืมเงิน การขอวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงิน และการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับของบริษัทที่เกี่ยวข้อง
  • แต่งตั้งที่ปรึกษาภายนอกในด้านที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ ภายในขอบเขตด้านการเงินและการดำเนินงานที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท
  • ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท และใช้อำนาจที่จำเป็นเพื่อดำเนินการตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
  • มอบอำนาจหรือมอบอำนาจช่วงให้บุคคลหนึ่งหรือหลายบุคคลดำเนินการเฉพาะเรื่องแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทั้งนี้ การมอบอำนาจหรือมอบอำนาจช่วงดังกล่าวจะต้องไม่เป็นการให้อำนาจแก่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือผู้รับมอบอำนาจในการอนุมัติรายการใด ๆ ที่ตนเองหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (ตามที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการกำกับตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง) มีส่วนได้เสีย ได้รับประโยชน์ หรือมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทหรือบริษัทย่อย เว้นแต่การอนุมัติดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายและหลักเกณฑ์ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทแล้ว

 

 

 

บริษัทฯ กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย (ทั้งรายคณะและรายบุคคล) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเป็นการประเมินทั้งแบบรายบุคคลและแบบคณะกรรมการทั้งชุด เพื่อให้คณะกรรมการร่วมกันพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติงานของตนเองต่อไป

โดยในทุกสิ้นปีเลขานุการบริษัทและเลขานุการคณะกรรมการชุดย่อย ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน และคณะกรรมการบริหาร จะจัดส่งแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย และแบบประเมินตนเอง ซึ่งหัวข้อและหลักเกณฑ์การประเมินครอบคลุมตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ และผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการชุดดังกล่าวแล้ว เพื่อประเมินผลประจำปี โดยจัดส่งแบบการประเมินกลับมาให้กับเลขานุการคณะกรรมการในแต่ละชุด เพื่อทำการสรุปรวบรวมผลการประเมินและรายงานให้คณะกรรมการแต่ละชุดรับทราบต่อไป

เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงาน

เกณฑ์การประเมินคณะกรรมการบริษัทแบบทั้งคณะ ประกอบด้วย 6 หัวข้อ ได้แก่

  1. โครงสร้างและคุณสมบัติของกรรมการ
  2. การประชุมคณะกรรมการ
  3. บทบาท หน้าที่ และความ รับผิดชอบของคณะกรรมการ
  4. การทำหน้าที่ของคณะกรรมการ
  5. ความสัมพันธ์ของฝ่ายจัดการ
  6. การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร

เกณฑ์การประเมินคณะกรรมการบริษัทแบบรายบุคคล และการประเมินคณะกรรมการชุดย่อย ประกอบด้วยเกณฑ์ประเมิน 3 หัวข้อ ได้แก่

  1. โครงสร้างและคุณสมบัติของกรรมการ
  2. การประชุมคณะกรรมการ
  3. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

สรุปผลการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ประจำปี 2568

การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารประกอบด้วย 11 หัวข้อ ได้แก่

  1. ความเป็นผู้นำ
  2. การกำหนดกลยุทธ์
  3. การปฏิบัติตามกลยุทธ์
  4. การวางแผนและผลปฏิบัติทางการเงิน
  5. ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ
  6. ความสัมพันธ์กับภายนอก
  7. การบริหารงานและความสัมพันธ์กับบุคลากร
  8. การสืบทอดตำแหน่ง
  9. ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ
  10. คุณลักษณะส่วนตัว
  11. และการพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (ESG)

ในปี 2568 ผลการประเมินการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คิดเป็นร้อยละ 93.15

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการและแนวทางปฏิบัติของตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต. ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ความโปร่งใสและประสิทธิผลในการบริหารงาน และก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน เจ้าหนี้ พนักงาน รัฐ ลูกค้า ตลอดจนประชาชนทั่วไปและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และสามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัตินโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อครอบคลุมถึงการปฏิบัติงานในด้านต่างๆ ขององค์กรให้เป็นไปตามหลักกฎหมายอันเป็นกติกาสากล โดยได้เผยแพร่ให้กรรมการและพนักงานทุกคนของบริษัทฯ นำไปปฏิบัติ โดยบริษัทฯ จะจัดให้มีการทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีประจำปี เพื่อสอดคล้องกับการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

หลักปฏิบัติ 1 ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท ในฐานะผู้นำองค์กรที่สร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืน

บริษัทกำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทไว้อย่างชัดเจน โดยมีหน้าที่สำคัญในการกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักในการประกอบธุรกิจ นโยบายการดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยง และกลยุทธ์ในการดำเนินงาน รวมไปถึงการจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อให้บุคลากรของบริษัทสามารถปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ โดยคณะกรรมการบริษัทจะติดตาม ประเมินผล และดูแลการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทให้เป็นไปอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทจะกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทให้เป็นไปอย่างมีจริยธรรม เคารพสิทธิและรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและให้บริษัทสามารถปรับตัวเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยต่างๆ อยู่เสมอ โดยยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันเพื่อให้บริษัทสามารถมีผลประกอบการที่ดีและเพื่อประโยชน์ระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

หลักปฏิบัติ 2 กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของกิจการที่เป็นไปเพื่อความยั่งยืน

คณะกรรมการบริษัทจะกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่สำคัญของบริษัท โดยเป็นไปตาม วิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมองค์กร รวมถึงกลยุทธ์ เป้าหมาย และแผนงานประจำปี เพื่อให้บุคลากรปฏิบัติตามเพื่อให้บริษัทมุ่งไปสู่เป้าหมายดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ รวมถึงส่งเสริมให้บริษัทมีความยั่งยืน โดยคำนึงถึงสร้างคุณค่าให้ทั้งบริษัท ลูกค้า
ผู้มีส่วนได้เสีย และสังคมโดยรวม และมีการนำวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

ในทุกปี คณะกรรมการบริษัทจะทบทวนวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัทฯ ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม พร้อมกับการพิจารณางบประมาณประจำปี เพื่อกำหนดทิศทางของบริษัทฯ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ วิสัยทัศน์ และพันธกิจของบริษัทยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเป็นเป้าหมายของบริษัทฯ ในระยะยาวที่กำหนดไว้ให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติเพื่อบรรลุสู่เป้าหมายร่วมกัน

หลักปฏิบัติ 3 เสริมสร้างคณะกรรมการบริษัทที่มีประสิทธิผล

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนได้กำหนดองค์ประกอบของความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านที่จะเป็นต้องมีในคณะกรรมการบริษัท และประสบการณ์ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์แก่บริษัท รวมถึงเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายของบริษัท โดยรายละเอียดเกี่ยวกับองค์ประกอบคณะกรรมการบริษัท คุณสมบัติประธานกรรมการ คุณสมบัติกรรมการบริษัท วาระการดำรงตำแหน่ง อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ การคัดเลือก การกำหนดค่าตอบแทน เป็นไปตามที่ระบุไว้ในกฎบัตรคณะกรรมการชุดต่างๆ

ตารางความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของคณะกรรมการบริษัท (Skill Matrix) มีรายละเอียดดังนี้

หมายเหตุ:

  1. รายละเอียดของการประเมิน 1: มีความเข้าใจ 2: มีความชำนาญ
  2. ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568

หลักปฏิบัติ 4 สรรหาและพัฒนาผู้บริหารระดับสูงและการบริหารบุคลากร

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดคุณสมบัติของกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารระดับสูง และการสืบทอดตำแหน่ง เพื่อเป็นแนวทางในการสรรหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท เข้าร่วมปฏิบัติงานกับบริษัท โดยมีรายละเอียดตามนโยบายการสรรหาผู้บริหารมาสืบทอดตำแหน่งที่สำคัญ

คณะกรรมการบริษัทจะกำกับดูแลให้การจ่ายค่าตอบแทนและการประเมินผลงานเป็นไปอย่างเหมาะสม โดยจะคำนึงถึงความเพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท ส่วนผู้บริหารจะได้รับผลตอบแทนที่เป็นเงินเดือนและโบนัสประจำปี ซึ่งพิจารณาจากผลการดำเนินงานของบริษัท และตามความสามารถเป็นสำคัญ

คณะกรรมการบริษัทจะทำความเข้าใจโครงสร้างและความสัมพันธ์ของผู้ถือหุ้นซึ่งอาจมีผลต่ออำนาจการควบคุมการบริหารจัดการ

ในด้านการพัฒนาบุคลากร คณะกรรมการบริษัทจะติดตามดูแลการบริหารและพัฒนาบุคลากรให้มีจำนวน ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และแรงจูงใจที่เหมาะสม  รวมทั้งส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมและให้ความรู้แก่ผู้เกี่ยวข้องในระบบการกำกับดูแลกิจการของบริษัท เช่น กรรมการ กรรมการตรวจสอบ ผู้บริหาร และเลขานุการบริษัท เป็นต้น เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง โดยอาจกระทำเป็นการภายในบริษัทหรือใช้บริการของสถาบันภายนอกก็ได้

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือมีกรรมการเข้าใหม่ ฝ่ายจัดการจะจัดให้มีเอกสารและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการเข้าใหม่ เช่น โครงสร้างและความสัมพันธ์ของผู้ถือหุ้นที่อาจมีผลกระทบต่อการบริหารและการดำเนินงานของกิจการ รวมถึงจัดให้มีการแนะนำลักษณะธุรกิจ และแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท ให้แก่กรรมการใหม่

หลักปฏิบัติ 5 ส่งเสริมนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ

เนื่องจากเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ต้องยึดมั่นในการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลควบคู่ไปกับการบริการจัดการความเสี่ยง พร้อมทั้งนำแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืนและการคำนึงถึงความรับผิดชอบให้ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG: Environmental , Social, Governance) และธุรกิจของบริษัทฯ เป็นการทำงานร่วมกันกับผู้มีส่วนได้เสียหลายฝ่าย การบริหารจัดการผลประโยชน์เป็นสิ่งที่บริษัทฯ ระมัดระวังและพยายามรักษาความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย โดยปฏิบัติตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ทั้งผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้บริหาร คู่ค้า ลูกค้า เจ้าหนี้ รวมถึงสังคมโดยรวมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน เพื่อช่วยสนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการกำหนดนโยบายและวางหลักเกณฑ์ในการเสริมสร้างให้บริษัทมีแบบแผนและมาตรฐานในการปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างเป็นรูปธรรมให้ครอบคลุมทั้งองค์กร เสริมสร้างและกำกับดูแลกระบวนการในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนในระดับองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการตามทิศทาง นโยบาย และกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชนตลอดจนเพื่อให้บริษัทมีการบริหารจัดการให้องค์กรเติบโตและสร้างมูลค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มได้อย่างยั่งยืน

อีกทั้ง สนับสนุนให้ฝ่ายจัดการสรรหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย สร้างประโยชน์ต่อสังคม การใช้งานของลูกค้า ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้งานในองค์กร โดยจัดให้มีกรอบการกำกับดูแลและการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศระดับองค์กรตามความเหมาะสม เพื่อพัฒนากระบวนการดำเนินงาน และบริหารความเสี่ยงของกิจการ เพื่อให้บริษัทสามารถบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของกิจการได้อย่างยั่งยืน

หลักปฏิบัติ 6 ดูแลให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เหมาะสม

บริษัทฯ ให้ความมั่นใจต่อนักลงทุน โดยการเปิดเผยสารสนเทศที่สำคัญของบริษัทฯ อย่างถูกต้องครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส และเท่าเทียมกัน ทั้งข้อมูลทางการเงินและผลการดำเนินงาน ส่วนข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องได้รับการดูแลโดยกฎระเบียบ ข้อบังคับ ตลอดจนวิธีปฏิบัติของบริษัทฯ เพื่อป้องกันไม่ให้ความลับของบริษัทฯ รั่วไหลไปยังคู่แข่งทางการค้า ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งประกาศกฎบัตรคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง กฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ กฎบัตรหน่วยงานตรวจสอบภายใน และกรอบการบริหารความเสี่ยงไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้น ลูกค้า นักวิเคราะห์ นักลงทุน และผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกันและเชื่อถือได้

  • คณะกรรมการบริษัทจะกำกับดูแลให้มั่นใจว่า บริษัทฯ มีระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิผล และมีการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
  • คณะกรรมการบริษัทจะจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและอิสระ
  • คณะกรรมการบริษัทจะติดตามดูแลและจัดการความขัดแย้งของผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างบริษัทฯ กับ ฝ่ายจัดการ คณะกรรมการบริษัท หรือผู้ถือหุ้น รวมไปถึงการป้องกันการใช้ประโยชน์อันมิควรในทรัพย์สิน ข้อมูลและโอกาสของบริษัทฯ และการทำธุรกรรมกับผู้ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับบริษัทฯ ในลักษณะที่ไม่สมควร
  • คณะกรรมการบริษัทจะกำกับดูแลให้มีการจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการต่อต้านคอร์รัปชั่นที่ชัดเจน และสื่อสารในทุกระดับขององค์กรและต่อคนนอกเพื่อให้เกิดการนำไปปฏิบัติได้จริง
  • คณะกรรมการบริษัทจะกำกับดูแลให้กิจการมีกลไกในการรับเรื่องร้องเรียนและการดำเนินการกรณีมีการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด

หลักปฏิบัติ 7 รักษาความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูล

คณะกรรมการบริษัทมีกำหนดข้อห้ามไม่ให้ใช้โอกาสหรือข้อมูลที่ได้จากการเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานในการหาประโยชน์ส่วนตน รวมทั้งไม่ใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ของตนในการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ หรือให้ข้อมูลภายในแก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ในการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ ในกรณีที่ผู้บริหารหรือพนักงานมีส่วนร่วมในข้อมูลที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะและอยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งงานนั้น ๆ เข้าข่ายการเก็บรักษา ข้อมูลภายในอันอาจมีผลต่อความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นของบริษัทฯ บุคคลเหล่านั้นจะต้องรักษาความลับ ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทต้องดำเนินการ ดังนี้

  • คณะกรรมการบริษัทมีความรับผิดชอบในการดูแลให้ระบบการจัดทำรายงานทางการเงิน และการเปิดเผยข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ถูกต้อง เพียงพอ ทันเวลา เป็นไปตามกฎเกณฑ์ มาตรฐาน และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
  • บริษัทได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) เพื่อทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับนักลงทุนหรือผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียอื่น ให้เหมาะสม เท่าเทียมกัน และทันเวลา

 

สรุปข้อมูลกิจกรรมของนักลงทุนสัมพันธ์ประจำปี 2566

 

ประเภทกิจกรรม

2568

(จำนวนครั้ง)

2567

(จำนวนครั้ง)

2566

(จำนวนครั้ง)

2565

(จำนวนครั้ง)

การประชุมกับนักวิเคราะห์ / ผู้จัดการกองทุน (Analyst Meeting)

4

4

4

–

ร่วมกิจกรรมตลาดหลักทรัพย์พบนักลงทุนรายย่อย (Opportunity Day)

4

4

3

–

การประชุมกับผู้บริหารเพื่อสอบถามข้อมูลบริษัท ทั้งรูปแบบ Virtual Meeting และ Physical Meeting ให้ความรู้ธุรกิจ PRI ขั้นพื้นฐานแก่นักลงทุน (Company Visit) / (Conference Call)

4

4

4

2

การจัดกิจกรรมเยี่ยมชมกิจการของบริษัท (Site Visit)

–

–

–

–

การประชุมกับสื่อมวลชน (Press Meeting)

1

1

1

–

การให้ข้อมูลทางโทรศัพท์/ทางอีเมล

5-10 ครั้ง/วัน

5-10 ครั้ง/วัน

5-10 ครั้ง/วัน

5-10 ครั้ง/วัน

หลักปฏิบัติ 8 สนับสนุนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น

การประชุมผู้ถือหุ้น

บริษัทจะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมทั้งข้อมูลประกอบการประชุมตามวาระต่าง ๆ ที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน เพียงพอต่อการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้ผู้ถือหุ้นรับทราบล่วงหน้าก่อนวันประชุมอย่างน้อย 7 วัน หรือระยะเวลาอื่นใดตามที่กฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยกำหนดวาระการประชุมที่ชัดเจนและมีการขออนุมัติแต่ละเรื่องแยกจากกัน และแต่ละวาระการประชุมจะมีคำชี้แจงและความเห็นของคณะกรรมการบริษัทประกอบ รวมทั้งข้อมูลประกอบการประชุมที่เพียงพอเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้มีเวลาในการศึกษาข้อมูลล่วงหน้าก่อนวันประชุม นอกจากนี้ บริษัทจะเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวลงในเว็บไซต์ของบริษัทก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นด้วย โดยบริษัทมอบหมายให้ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ของบริษัท เป็นผู้ดำเนินการจัดส่งหนังสือเชิญประชุม รวมถึงสารสนเทศต่าง ๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท

บริษัทสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้ถือหุ้น เช่น การกำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถเสนอเพิ่มวาระการประชุม หลักเกณฑ์การให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยเสนอชื่อบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถส่งความเห็น ข้อเสนอแนะ หรือข้อซักถามได้ล่วงหน้าก่อนวันประชุมตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด โดยจะเผยแพร่หลักเกณฑ์ดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท และแจ้งข่าวผ่านระบบ SETLink ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ในการจัดประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจะใช้สถานที่ซึ่งสะดวกแก่การเดินทาง โดยจะแนบแผนที่ซึ่งแสดงสถานที่จัดการประชุมผู้ถือหุ้นไว้ในหนังสือเชิญประชุม รวมถึงเลือกวันเวลาที่เหมาะสม และจัดสรรเวลาในการประชุมอย่างเพียงพอ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท พร้อมทั้งจัดให้มีบุคลากรอย่างเพียงพอและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการลงทะเบียนผู้ถือหุ้น เพื่อให้การดำเนินการประชุมสามารถกระทำได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ โปร่งใส และตรวจสอบได้

ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง บริษัทจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระของบริษัท โดยบริษัทได้เปิดเผยชื่อพร้อมประวัติกรรมการอิสระซึ่งเป็นผู้รับมอบฉันทะไว้ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น หรือมอบฉันทะให้บุคคลอื่นใดเข้าร่วมประชุมแทนได้ โดยใช้หนังสือมอบฉันทะแบบหนึ่งแบบใดตามที่บริษัทได้จัดส่งไปพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นยังสามารถดาวน์โหลดหนังสือมอบฉันทะ แบบ ก. แบบ ข. และ แบบ ค. จากเว็บไซต์ของบริษัทได้อีกด้วย สำหรับนักลงทุนสถาบันเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการร่วมประชุม บริษัทได้ติดต่อกับนักลงทุนสถาบันเพื่อประสานงานการจัดเตรียมหนังสือมอบฉันทะให้พร้อมก่อนวันประชุม

บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกรายมีสิทธิอย่างเท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะหรือตั้งคำถามในวาระต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างอิสระก่อนการลงมติในวาระใด ๆ และจะมีกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบคำถามในที่ประชุม และผู้ถือหุ้นทุกรายมีสิทธิเข้าร่วมประชุมและลงคะแนนเสียงในการประชุมทุกครั้ง โดยสามารถเข้าร่วมประชุมและลงคะแนนเสียงได้ทุกวาระการประชุม เว้นแต่วาระที่ผู้ถือหุ้นรายใดมีส่วนได้เสีย และมีข้อกำหนดของกฎหมายห้ามมิให้ออกเสียงลงคะแนนในวาระนั้น ๆ

การประชุมผู้ถือหุ้นดำเนินการตามข้อบังคับของบริษัทว่าด้วยการจัดประชุมผู้ถือหุ้น โดยพิจารณาระเบียบวาระต่าง ๆ ตามลำดับที่กำหนดไว้ในหนังสือเชิญประชุม ไม่มีการสลับวาระการประชุม และจะนำเสนอข้อมูลประกอบวาระในแต่ละวาระ โดยไม่มีการเพิ่มวาระอื่นเพื่อพิจารณา นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในหนังสือเชิญประชุม หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญที่ไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า

บริษัทจะเปิดเผยผลการลงคะแนนในแต่ละวาระและมติที่ประชุมให้ผู้ถือหุ้นทราบในที่ประชุม และผ่านระบบ SETLink ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเว็บไซต์ของบริษัทภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมภายในวันทำการถัดไป

บริษัทจะจัดส่งรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใน 14 วันนับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจะบันทึกรายงานการประชุมอย่างถูกต้องและครบถ้วนในสาระสำคัญ ผลคะแนนเสียงในแต่ละวาระ ประเด็นข้อซักถามและคำตอบในที่ประชุม รวมทั้งชื่อ-นามสกุลของผู้ถามและผู้ตอบ ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่สำคัญไว้ในรายงานการประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นสามารถดาวน์โหลดรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นได้จากเว็บไซต์ของบริษัท

  • 6.1 นโยบาย

    จรรยาบรรณของบริษัท ใช้สำหรับกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท และบริษัทในเครือทุกบริษัท และทุกระดับไม่ว่าบุคคลดังกล่าวจะได้ลงนามรับทราบหรือไม่

    6.2 การปฏิบัติตามกฎหมาย

    วัตถุประสงค์ของบริษัท คือ การทำธุรกิจโดยชอบด้วยกฎหมายและต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่างๆ และเคารพในสิทธิของผู้ค้า และลูกค้าของบริษัท

    6.3 นโยบายและจรรยาบรรณของบริษัทประกอบด้วย

    • การปฏิบัติตนตามระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งต่างๆ ของบริษัท

    จรรยาบรรณนี้เป็นส่วนที่เพิ่มขึ้นจากระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่งอื่นๆ ของบริษัท หากข้อความในระเบียบข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งใดๆ ขัดแย้งกับข้อความในจรรยาบรรณ ให้ใช้ข้อความในจรรยาบรรณนี้แทน

    กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนของบริษัท ต้องปฏิบัติตนตามระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งต่างๆ ของบริษัท และของผู้บังคับบัญชาในระดับเหนือขึ้นไป กล่าวคือ

    • ต้องสนับสนุนนโยบายและการปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง ข้อตกลง ประกาศ หรือหนังสือเวียนของบริษัท ซึ่งประกาศให้พนักงานทุกคนทราบโดยเคร่งครัด
    • ต้องปฏิบัติงานในหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรม ตลอดจนต้องรายงานเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียง และทรัพย์สินของบริษัท โดยเร็ว
    • ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ วิริยะอุตสาหะ รักษาระเบียบแบบแผนและธรรมาภิบาลของบริษัท เพื่อเป็นแบบอย่างอันดีให้แก่พนักงานโดยทั่วไป เพื่อให้บริษัท มีความก้าวหน้า และเป็นไปอย่างถูกต้องตามครรลองธรรม
    • บริหารงานโดยยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม รวมทั้งส่งเสริมให้มีคุณธรรมและจริยธรรมในทุกระดับของบริษัท ตลอดจนสอดส่องดูแลและจัดการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นในบริษัท
    • ต้องอุทิศตนและเวลาให้แก่กิจการของบริษัทอย่างเต็มที่ ในกรณีมีความจำเป็นต้องทำงานอื่นเพื่อเพิ่มพูนรายได้หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเวลาทำงาน งานนั้นต้อง
      • ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชนไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของบริษัท
      • ไม่ประกอบกิจการที่เป็นการแข่งขัน หรือมีลักษณะเดียวกันกับบริษัท
      • ไม่มีผลเสียถึงชื่อเสียงหรือกิจการของบริษัท
      • ไม่เป็นการนำความลับของบริษัทไปใช้
      • ไม่เป็นการกระทบกระเทือนต่องานในหน้าที่ของตน
    • ต้องสุภาพ ให้เกียรติ และให้ความนับถือต่อผู้ร่วมงาน
    • ต้องปกครองดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด มีความยุติธรรม ไม่มีอคติ
    • ต้องพร้อมที่จะทำงานเป็นทีม และสามารถรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
    • ต้องปฏิบัติตาม ตลอดจนต้องสนับสนุน และช่วยควบคุมกำกับพนักงานในบังคับบัญชาให้ปฏิบัติตามระเบียบ วินัย และข้อกำหนดของบริษัท ในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของบริษัท อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัท เป็นไปตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ กฎหมายลิขสิทธิ์ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของบริษัท
    • ต้องรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์และข้อมูลที่เป็นความลับ ของบริษัท ของลูกค้า หรือที่เกี่ยวกับกิจการใดๆ ที่บริษัท ไม่พึงเปิดเผยโดยเคร่งครัด การเผยแพร่ข่าวสารต่างๆ อันเกี่ยวกับธุรกิจการเงินและตัวบุคคลของบริษัท จะต้องกระทำตามแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสมที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และต้องกระทำด้วยความรอบคอบและมีประสิทธิภาพ เว้นแต่เป็นข้อบังคับโดยกฎหมายให้เปิดเผย โดยเป็นเปิดเผยเพื่อวัตถุประสงค์ทางการฟ้องร้องคดีหรือคณะกรรมการบริษัท อนุมัติให้มีการเปิดเผย ดังนั้น ตลอดระยะเวลาที่เป็นพนักงานของบริษัท และภายหลังจากพ้นสภาพของพนักงานของบริษัท พนักงานทุกคนตกลงจะรักษาข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าวข้างต้นไว้เป็นความลับ หากมีการเปิดเผยหรือส่งให้แก่ผู้อื่นหรือใช้ข้อมูลดังกล่าวในเรื่องอื่นใดนอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ให้กับบริษัท พนักงานตกลงยินยอมรับผิดชอบชดใช้ความเสียหายให้แก่บริษัท ตามที่เกิดขึ้นจริงทุกประการ โดยการเปิดเผยข้อมูลต้องเป็นไปโดยพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่เท่านั้น พนักงานทั่วไปไม่มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูล เมื่อถูกถามให้เปิดเผยข้อมูลที่ตนไม่มีหน้าที่เปิดเผยให้แนะนำผู้ถามสอบถามผู้ที่ทำหน้าที่เปิดเผยข้อมูลนั้นเพื่อให้การให้ข้อมูลถูกต้อง และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ ข้อมูลที่เป็นความลับ หมายถึง ข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลสาธารณะ หรือข้อมูลที่หากเปิดเผยต่อสาธารณชนหรือตกอยู่ในมือคู่แข่งแล้วย่อมก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อบริษัท รวมทั้งข้อมูลที่คู่ค้าและลูกค้าให้ไว้แก่บริษัททุกประเภท
    • หน่วยงานแต่ละฝ่ายต้องกำหนดระยะเวลาการเก็บเอกสาร และกำหนดชั้นความลับของเอกสาร รวมทั้งเก็บรักษาเอกสารดังกล่าวให้ถูกต้องครบถ้วน สามารถตรวจสอบได้ โดยไม่ให้ถูกล่วงละเมิดและไม่เปิดเผยให้กับผู้ใด เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้มีอำนาจ
    • ต้องจัดทำเอกสารทางธุรกิจ บัญชีและการเงิน และรายงานต่างๆ ที่นำส่งส่วนราชการและบุคคลอื่นๆ ทั้งหมดอย่างรอบคอบด้วยความสุจริต และต้องได้รับการบันทึกตามวิธีการทางบัญชีของบริษัทที่สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนด
    • ในกรณีที่มีการว่าจ้างบุคคลที่เคยทำงานกับคู่แข่งทางการค้าหรือรัฐบาลมาก่อน บริษัทต้องค้นหาและศึกษาข้อตกลงการรักษาความลับที่บุคคลนั้นเคยทำไว้กับคู่แข่งทางการค้าหรือรัฐบาลมาก่อนบริษัท และต้องไม่กระทำการใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการอันเป็นการผิดข้อตกลงกับคู่แข่งทางการค้า หรือรัฐบาล อันจะก่อให้เกิดการฟ้องร้องดำเนินคดีตามมา
    • ต้องช่วยกันระมัดระวังและป้องกันทรัพย์สินของบริษัท โดยมิให้เสียหายหรือสูญหายไม่ว่าจากบุคคลหรือจากภัยพิบัติใดๆ เท่าที่สามารถจะทำได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งไม่นำสิ่งของใดๆ ไม่ว่าอุปกรณ์หรือทรัพย์สินของบริษัท ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท
    • ต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้อย่างน้อย 10 ปีทั้งที่เก็บไว้เป็นเอกสาร และที่เก็บไว้เป็นข้อมูลอิเลกทรอนิกส์เผื่อมีการเรียกใช้ เอกสารบางประเภทต้องมีการรักษาไว้ตามที่กฎหมายกำหนดพนักงานของบริษัทควรทำการศึกษาเป็นกรณีไป เมื่อครบกำหนดให้นำเอกสารไปทำลาย
    • ต้องหลีกเลี่ยงการขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ของบริษัทในการติดต่อกับคู่ค้าและบุคคลอื่นใด
    • มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือในการแสดงสิทธิ หรือขอรับความคุ้มครองสิทธิของทรัพย์สินทางปัญญาที่บริษัทเป็นเจ้าของ รวมทั้ง ตรวจสอบข้อมูลอันเป็นสิทธิของบุคคลภายนอกที่ได้รับมาหรือจะนำมาใช้ภายในบริษัทเพื่อลดโอกาสในการเกิดกรณีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น
    • รายงานต่อผู้บังคับบัญชาเมื่อพบการกระทำที่เห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิ การกระทำที่อาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิ หรือการกระทำที่อาจก่อให้เกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท
    • ข้อไม่พึงปฏิบัติ

    กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนของบริษัท พึงงดเว้นไม่ปฏิบัติหรือประพฤติตนไปในทางที่จะนำไปสู่ความเสื่อมเสียของบริษัท และของตนเอง กล่าวคือ

    • เป็นบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือมีเหตุผลอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมายให้สันนิษฐานได้ว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัว
    • ทำผิดกฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญา อันส่งผลเสียหายให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น ไม่ว่าโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม
    • ใช้เวลาทำงานของบริษัท ไปทำอย่างอื่น หรือใช้ประโยชน์ส่วนตัว
    • ประพฤติตนไปในทางที่อาจทำให้เสื่อมเสียต่อตำแหน่งหน้าที่และเกียรติคุณของบริษัท
    • ทำงานด้วยความประมาทเลินเล่อ กระทำการใดๆ อันไม่เหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง เพื่อให้งานลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต
    • ประกอบกิจการอันมีสภาพเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัท ไม่ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือผู้อื่น หรือเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจครอบงำการจัดการ ซึ่งอาจเป็นผลเสียหายต่อบริษัท ไม่ว่าโดยตรงหรืออ้อม หรือเข้าเป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจตัดสินใจ หรือผู้บริหารในกิจการที่เป็นการแข่งขัน หรือมีลักษณะเดียวกันกับบริษัท แต่ในกรณีที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ให้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบโดยทันที
    • แจ้งหรือใช้ข้อความที่เป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงที่ควรแจ้งต่อบริษัท
    • เปิดเผยข้อมูลที่ถือว่าเป็นความลับของบริษัทเพื่อประโยชน์แก่ผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลการเงิน ข้อมูลการปฏิบัติงาน ข้อมูลธุรกิจ แผนงานในอนาคตของบริษัทและอื่นๆ
    • ปกปิด หรือบิดเบือนความจริงเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งอาจจะเป็นผลเสียหายต่อบริษัท ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
    • ขัดขวาง หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานโดยชอบของผู้มีอำนาจหน้าที่ในบริษัท หรือออกคำสั่งใดๆ ให้พนักงานปฏิบัติในทางมิชอบหรือผิดจริยธรรม
    • เปิดเผยค่าจ้างหรือเงินเดือน อัตราการขึ้นเงินเดือนของตนเองหรือของผู้อื่น ไม่ว่าโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม
    • ไม่รักษาข้อมูลทางทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท หรือที่บริษัทได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน รวมทั้ง ไม่นำทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท ไปทำซ้ำดัดแปลง หรือกระทำการใดๆ เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท
    • เรียกรับ หรือยินยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากลูกค้า ผู้ค้า คู่ค้า คู่แข่ง หรือบุคคลอื่นใด ที่ทำธุรกิจกับบริษัท หรือการเลี้ยงรับรอง ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเกินกว่าความเหมาะสม ยกเว้นของขวัญตามประเพณีนิยม หรือการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจตามปกติ หรือค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมธุรกิจอันนำมาซึ่งชื่อเสียงทางการค้า เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนตามธรรมเนียมนิยม แต่หากสิ่งเหล่านั้นมีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาระดับตั้งแต่ผู้อำนวยการฝ่ายทราบทันที
    • ให้สินบน และ/หรือการกระทำใดๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท และ/หรือการคอร์รัปชั่น ไม่ว่าโดยตรงหรือผ่านบุคคลที่สาม และ/หรือใช้อิทธิพลอย่างไม่ถูกต้องต่อตัวแทนของรัฐ ลูกค้าหรือคู่ค้า ซึ่งนับว่าเป็นการขัดแย้งต่อนโยบายของบริษัท
    • กระทำการเพิ่มเติม ตัดทอนหรือแก้ไขด้วยประการใดๆ ในบันทึกหรือข้อมูลใดๆ เพื่อเปลี่ยนแปลง หรือบิดเบือนผลการดำเนินงาน และการบันทึกบัญชีให้ผิดไปจากความเป็นจริงโดยเจตนา ไม่ว่าเพื่อจุดประสงค์ใดๆ ก็ตาม
    • ชำระเงิน หรือจัดการทางธุรกิจโดยมีเจตนา หรือทำให้เข้าใจได้ว่าส่วนหนึ่งของการชำระเงิน หรือการจัดการทางธุรกิจนั้นๆ มีจุดประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุในเอกสารเพื่อการชำระเงินหรือการจัดการทางธุรกิจ
    • จ่ายเงินหรือทรัพย์สินของบริษัท แก่ผู้ใดโดยไม่ได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจ
    • ลอกเลียนแบบผลงานและทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น หากพบเห็นการกระทำที่เป็นหรืออาจเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้แจ้งผู้มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ
    • กระทำการใดๆ อันเป็นการแสวงหาประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ หรือนำข้อมูลภายในที่ตนล่วงรู้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ของตนไปบอกผู้อื่น หรือนำข้อมูลภายในไปใช้แสวงหาประโยชน์ในทางมิชอบเสียเอง หรือทำให้ประโยชน์ของบริษัทฯลดลง
    • ให้หน่วยงานที่ไม่ใช่หน่วยงานจัดซื้อขอการสนับสนุนจากผู้ค้าหรือคู่ค้า (หากมีความจำเป็นที่จะต้องขอการสนับสนุนดังกล่าวเพื่อประโยชน์ของบริษัท ให้หน่วยงานต่างๆ หารือกับหน่วยงานจัดซื้อเพื่อเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ยกเว้น การจัดกิจกรรมร่วมทางการตลาด ให้การตลาดของฝ่ายการขายและการตลาดเป็นผู้รับผิดชอบ)
    • กระทำการอันเป็นการละเลย หรือเอื้ออำนวยแก่บุคคลใดๆ ที่จะเข้ามาแสวงหาประโยชน์ หรือเข้าถึง หรือรบกวนระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ของบริษัท โดยมิชอบ หรือโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท หรือจงใจ สนับสนุน ยินยอมให้เกิดขึ้นหรือมีอยู่ซึ่งการกระทำผิดของผู้ให้บริการ ตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายลิขสิทธิ์ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
    • ขั้นตอนการลงโทษทางวินัย

    การฝ่าฝืนที่ไม่ร้ายแรง: บุคคลดังกล่าวจะได้รับหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งจะระบุลักษณะของการฝ่าฝืนรวมทั้งมูลเหตุที่อาศัยเป็นหลักของการฝ่าฝืนนั้น โดยให้โอกาสบุคคลดังกล่าวโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อผู้บังคับบัญชา หากไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ให้นำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการวินัยซึ่งแต่งตั้งโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารเพื่อพิจารณา และให้ถือคำตัดสินของคณะกรรมการวินัยเป็นที่สิ้นสุด หากมีการฝ่าฝืนเป็นครั้งที่สอง หรือบุคคลดังกล่าวไม่แก้ไขความผิดจากการฝ่าฝืนในครั้งแรกตามที่ได้รับหนังสือเตือนนั้น บุคคลดังกล่าวจะถูกลงโทษทางวินัยอย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจรวมถึงการเลิกจ้างได้

    การฝ่าฝืนร้ายแรงซึ่งรวมถึงการฝ่าฝืนดังต่อไปนี้ เช่น การให้หรือการรับสินบน การฉ้อโกง การเปิดเผยข้อมูลความลับ หรือทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท ต่อบุคคลที่สาม และการกระทำใดๆ ที่เสื่อมเสียต่อเกียรติคุณของบริษัท หรือปกปิดหรือไม่รายงานข้อมูล การหารือ หรือเอกสารสำคัญใดๆ ต่อผู้บังคับบัญชา บริษัทอาจพิจารณาเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย และโดยไม่จำเป็นต้องออกหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน

  • บริษัทฯ มีมาตรการดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายให้สามารถแจ้งเบาะแสกับบริษัทฯ ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ลูกค้า คู่ค้า และประชาชนทั่วไปสามารถแจ้งเบาะแสหรือแสดงความคิดเห็นต่อบริษัทฯ ตามระเบียบว่าด้วยกระบวนการรับและพิจารณาข้อร้องเรียน พ.ศ. 2552 โดยสามารถร้องเรียนได้โดยตรงมายังประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ผ่านช่องต่าง ๆ และบริษัทฯ จะนำเรื่องที่ได้รับแจ้งเบาะแสเข้าสู่กระ บวนการตรวจสอบข้อมูลและหาแนวทางแก้ไขต่อไป

    • ไปรษณีย์: บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)

    ที่อยู่ 496 หมู่ 9 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 10270

    • โทรศัพท์: 02-081-0000
    • เว็บไซต์: co.th
    • อีเมล: [email protected]

ขั้นตอนการดำเนินการ

โดยในปี 2568 พบว่า

  • ไม่มี กรณีที่การฝ่าฝืนจรรยาบรรณธุรกิจ และ
  • ไม่มี กรณีละเมิดด้านสิทธิมนุษยชน และ
  • ไม่มีข้อร้องเรียนในกรณีที่ฝ่าฝืนหรือเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นและตั้งเป้าหมายในปี 2569 ไม่ให้เกิดกรณีฝ่าฝืนจรรยาบรรณธุรกิจและทุจริตคอร์รัปชันและร่วมปลูกฝังให้พนักงานทุกคนตระหนักรู้โดยการอบรมและยืนยันการรับทราบถึงข้อปฏิบัติตามหลักการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด 100%

นโยบายต่างๆ ของบริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)