การบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
ด้วยพันธกิจในการเป็นผู้นำด้านการให้บริการอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจรที่ยั่งยืน บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในการปรับตัวพร้อมรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ป้องกันความเสี่ยงรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจเกิดความเสียหายทั้งในระยะสั้น และระยะยาวต่อบริษัทฯ โดยพิจารณาครอบคลุมทั้งความเสี่ยงเชิงกายภาพ อาทิ น้ำท่วม ภัยแล้ง พายุ ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน และการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เนื่องจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน หรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่านที่ครอบคลุมถึงการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับหรือนโยบายจากทางภาครัฐที่เข้มงวดขึ้น และได้กำหนดนโยบายการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขึ้นอย่างครอบคลุมทุกกระบวนการของการดำเนินธุรกิจ จัดให้มีมาตรการต่าง ๆ ประเมินความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ โดยบูรณาการความเสี่ยงและโอกาสเข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ
เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
ขอบเขต 1, 2 และ 3
5%
50%
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
2578
(ค.ส. 2035)
ความเป็นกลางทางคาร์บอน
(Carbon Neutrality)
2587
(ค.ส. 2044)
NET ZERO
2593
(ค.ส. 2050)
บริษัทฯ มีเป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ส. 2050) และมีเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี พ.ศ. 2587 (ค.ส. 2044) ในการจะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทางบริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางในการดำเนินงาน เป้าหมาย ตัวชี้วัด และการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งมีการทบทวนเป้าหมายและผลการดำเนินงานในทุกปี เพื่อให้มีความเหมาะสมและเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน
แนวทางการจัดการ
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการพัฒนากลยุทธ์ที่สอดคล้องกับแนวทาง ESG และนโยบายของภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว บริษัทฯ ได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสภาพภูมิอากาศ ดังนี้
โดยคณะผู้บริหารได้นำวาระเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผนวกเข้าในเป้าหมายทางด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร และจัดตั้งคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขึ้น พร้อมทั้งมอบหมายให้คณะทำงานนี้ ซึ่งมีประธานคณะทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูง รับผิดชอบในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง โดยมีแนวทางในการบริหารจัดการ คือ
- ประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและปรับตัว
- กำหนดให้มีการติดตามบัญชีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร เฝ้าระวังและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- ปรับปรุงการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด
- การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและการใช้ทรัพยากร ลดการใช้พลังงาน และเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ
- บริหารจัดการทรัพยากรและของเสียอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- การสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เช่น พนักงาน, ผู้อยู่อาศัย เป็นต้น ในการสร้างความตระหนักเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสภาพภูมิอากาศ
คณะกรรมการบริษัท
บทบาท: ผู้อนุมัติสูงสุดและผู้รับผิดชอบต่อความยั่งยืนขององค์กร
หน้าที่: กำหนดทิศทาง กลยุทธ์ และอนุมัตินโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- อนุมัติเป้าหมายระยะยาว เช่น การบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หรือ Net Zero
- กำกับดูแลให้การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางธุรกิจ
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน
บทบาท: ผู้กลั่นกรองและกำกับนโยบายระดับนโยบาย
หน้าที่: กลั่นกรองแผนงานและเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัท
- ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามตัวชี้วัด (KPIs) ด้านสิ่งแวดล้อมรายไตรมาส
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายและมาตรฐานสากลใหม่ๆ เช่น พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2568
คณะอนุกรรมการด้านบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน
บทบาท: ผู้ขับเคลื่อนกลยุทธ์สู่การปฏิบัติและกลั่นกรองข้อมูล
หน้าที่: วิเคราะห์ประเด็นความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ (TCFD) เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่
- สอบทานความถูกต้องของรายงานความยั่งยืนและข้อมูลการปล่อยคาร์บอน
- ประสานงานระหว่างระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการเพื่อให้เกิดการบูรณาการทั่วทั้งองค์กร
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้บริหารระดับสูง
บทบาท: ผู้นำการเปลี่ยนแปลงและบริหารจัดการทรัพยากร
หน้าที่: ผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติในทุกสายงาน (Business Units)
- จัดสรรทรัพยากร งบประมาณ และเทคโนโลยีที่จำเป็นในการลดคาร์บอน
- สื่อสารความสำคัญด้านสภาพภูมิอากาศให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร
คณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ
บทบาท: ผู้ปฏิบัติการและรวบรวมข้อมูลเชิงเทคนิค
หน้าที่: จัดเก็บและคำนวณข้อมูลก๊าซเรือนกระจก (CFO) ของบริษัทฯ ในแต่ละปี
- เสนอโครงการลดการใช้พลังงานและการจัดการขยะภายในอาคารและสำนักงาน
• จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการฯ
การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความยั่งยืน (KPI) ของบริษัทฯ ซึ่งนำไปใช้กับ CEO ผู้บริหารระดับสูง และพนักงานที่เกี่ยวข้องกับตัวชี้วัดความยั่งยืน ได้แก่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้น้ำ การประเมินความยั่งยืน เป็นต้น
ทั้งนี้คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน จะมีการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก แผนงานต่าง ๆ พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานจากคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อติดตามแผน เป้าหมาย และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อให้สามารถควบคุมปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และกำหนดแนวทางพัฒนาต่อไปได้
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ก๊าซเรือนกระจก | หน่วย | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
ปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด | TonCO2e | 757 | 1,488 | 944 |
ขอบเขตที่ 1 (scope 1) | TonCO2e | 43 | 1107 | 140 |
ขอบเขตที่ 2 (scope 2) | TonCO2e | 100 | 90 | 436 |
ขอบเขตที่ 3 (scope 3) | TonCO2e | 614 | 291 | 368 |
ความเข้มข้นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 และ Scope 2) ต่อหน่วยรายได้
ก๊าซเรือนกระจก | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
ความเข้มข้น (หน่วย : tCO₂e / ล้านบาท) | 0.08 | 0.73 | 0.31 |
ทั้งนี้ บริษัทมุ่งมั่นดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมภายในองค์กร เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บริษัทได้ดำเนินการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกขององค์กรครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง 3 ขอบเขต โดยกำหนดให้ปี 2568 เป็นปีฐาน (Base Year) สำหรับการติดตามและเปรียบเทียบผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกดังกล่าวได้ผ่านการทวนสอบโดยผู้ทวนสอบภายนอกที่ได้รับการรับรอง ได้แก่ บริษัท บิวโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งดำเนินการทวนสอบตามแนวทางมาตรฐานสากล ISO 14064-1:2018 สำหรับการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และ ISO 14064-3:2019 สำหรับการทวนสอบและรับรองข้อมูล
แผนโครงการที่สำคัญเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการ Jump+ (Jump Plus) ซึ่งเป็นโครงการที่จัดโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนในการกำหนดเป้าหมายและดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ
ภายใต้โครงการดังกล่าว บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานขององค์กรลง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 7 ภายในปี พ.ศ. 2571 เมื่อเทียบกับ ปีฐาน พ.ศ. 2568 โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตลอดจนการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
ประเด็นสำคัญ | ปีฐาน (tCO2e) | เป้าหมาย (Target) | ||
% Reduction | ||||
ปี 2568 | ปี 2569 | ปี 2570 | ปี 2571 | |
ปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก | 944 | 3% | 5% | 7% |
แผนงานที่สำคัญ(Strategic Projects) | ปี | ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Expected Outcomes) |
จัดทำมาตรการพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์ของบริษัท และศึกษาการเปลี่ยนใช้รถที่ประหยัดพลังงาน | 2569 | ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 ไม่น้อยกว่า 3% ผ่านการเตรียมแผนปรับเปลี่ยนรถเช่าเป็นรุ่นที่ประหยัดพลังงานและส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ที่ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง |
2570 | ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 ไม่น้อยกว่า 5% ผ่านการปรับเปลี่ยนรถเช่าอย่างน้อยร้อยละ 50 เป็นรถที่ประหยัดพลังงาน และส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ | |
2571 | ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 ไม่น้อยกว่า 7% ผ่านมาตรการการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตรวจสอบสภาพรถเป็นประจำและวางแผนการเดินทาง | |
การเลือกหมวดการทำความสะอาด โดยใช้เป็นฉลากเขียวหรือเทียบเท่าที่ย่อยสลายได้ | 2569 | ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ไม่น้อยกว่า 3% จากปีฐาน ผ่านการจัดทำ “Green Product List” และการปรับปรุงการใช้วัตถุดิบทำความสะอาด |
2570 | ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ไม่น้อยกว่า 5% จากปีฐาน ผ่านการเพิ่มสัดส่วนการใช้ผลิตภัณฑ์สูตรฉลากเขียวหรือย่อยสลายได้อย่างน้อย 15% ของวัตถุดิบทั้งหมด | |
2571 | ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 รวมไม่น้อยกว่า 7% ผ่านการเพิ่มสัดส่วนการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างน้อย 30% ของวัตถุดิบทั้งหมด |
การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) | |||
ระบุความเสี่ยง | ลักษณะความเสี่ยง | ผลกระทบความเสี่ยง | มาตรการจัดการความเสี่ยง |
1. ความเสี่ยงจากความพร้อมของบุคลากรและซัพพลายเชนต่อการเปลี่ยนผ่าน | บุคลากร ผู้รับเหมาหรือซัพพลายเออร์ยังขาดความเข้าใจในแนวทางการดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำ | แผนดำเนินงานลดคาร์บอนอาจไม่เป็นไปตามเป้า หรือเกิดความผิดพลาดในการปฏิบัติ | จัดอบรมความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้บุคลากรและซัพพลายเออร์หลัก จัดระบบติดตามและประเมินผล |
2. ต้นทุนวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ฉลากเขียวสูงกว่าที่คาด | สินค้าฉลากเขียวหรือย่อยสลายได้อาจะมีราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไปและเกินกว่างบที่วางแผนไว้ | ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น กระทบกับงบประมาณบริษัท | เจรจาต่อรองกับผู้ผลิต หาผู้จัดจำหน่ายทางเลือกและจัดทำ green procurement plan เพื่อควบคุมต้นทุน และหาวิธีการปฏิบัติงานเพื่อลดปริมาณการใช้งาน |


English