-
ความเสี่ยงจากการที่บริษัทอาจไม่สามารถสรรหาบุคลากรเพื่อรองรับการดำเนินงานและแผนการขยายธุรกิจ
หัวใจสำคัญของธุรกิจการให้บริการ คือ ทรัพยากรบุคคล ซึ่งเป็นทรัพยากรหลักในการประกอบธุรกิจและในการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัท ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ ประสบการณ์ และการเอาใจใส่ในการให้บริการในหลายส่วนงาน รวมถึงบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะด้าน เช่น วิศวกร สถาปนิก เป็นต้น ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยความสำเร็จในการประกอบธุรกิจของกลุ่มบริษัท หากกลุ่มบริษัทต้องสูญเสียบุคลากรที่มีอยู่ในปัจจุบัน หรือไม่สามารถสรรหาบุคลากรที่มีคุณภาพให้เพียงพอต่อการดำเนินงาน และแผนการขยายธุรกิจของบริษัท อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและแผนการขยายธุรกิจในอนาคตของกลุ่มบริษัทได้
อย่างไรก็ตาม กลุ่มพนักงานที่มีอัตราการลาออกสูงโดยส่วนใหญ่เป็นพนักงานที่มีอายุงานต่ำกว่า 1 ปีที่ปฏิบัติงานในสายงานธุรกิจบริหารอาคารและชุมชน (บริการบริหารนิดิบุคคลอาคารชุดและบ้านจัดสรร) และสายงานธุรกิจบริการ (บริการแม่บ้านทำความสะอาด) ซึ่งจากการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับผู้ประกอบการอื่นในธุรกิจเดียวกัน พบว่าอัตราการลาออกของพนักงานในกลุ่มนี้ของบริษัทไม่แตกต่างมากนักจากผู้ประกอบการประเภทเดียวกัน แต่บริษัทยังคงตระหนักดีว่าการลาออกของพนักงานเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งการสูญเปล่าของค่าใช้จ่ายในการสรรหาและพัฒนาพนักงานใหม่ให้ทันต่อการดำเนินธุรกิจและการให้บริการของบริษัท ดังนั้น เพื่อเป็นการลดผลกระทบและจัดการความเสี่ยงในเรื่องนี้ บริษัทได้กำหนดมาตรการ ดังนี้
1) การสรรหาพนักงานเพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงในหลากหลายช่องทาง อาทิ การจัดทำโครงการ Friend Get Friend โดยให้พนักงานแนะนำเพื่อนให้เข้ามาร่วมงานกับกลุ่มบริษัท การจัดงาน Mass recruitment การประกาศจ้างงานผ่านเว็บไซต์จัดหางานออนไลน์ นอกจากนี้ ในส่วนของพนักงานแม่บ้านในสายงานธุรกิจบริการ บริษัทมีการบริหารจัดการโดยสรรหาแม่บ้านอิสระ (Freelance) รวมถึงการ Outsource งานในบางโครงการให้แก่ผู้ให้บริการภายนอก
2) สร้าง PRI DNA ซึ่งเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นการแบ่งปันความคิดและความเชี่ยวชาญ สร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ และเอาชนะความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการทำงานเป็นทีม พัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีความคิดสร้างสรรค์และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
3) จัดทำโครงการข้อตกลงความร่วมมือในโครงการขยายโอกาสการทำงานระหว่างการศึกษากับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ
4) พัฒนาหลักสูตรสำหรับยกระดับทักษะและองค์ความรู้ให้แก่พนักงานในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ อาทิ กลุ่มงานที่ปรึกษา กลุ่มงานจัดการอาคาร เพื่ออัพสกิลและรีสกิล (Upskill & Reskill) ให้แก่พนักงานปัจจุบันและพนักงานใหม่ที่จะเข้าทำงาน ให้เข้าใจความต้องการและพฤติกรรมการอยู่อาศัยยุคใหม่ โดยพนักงานใหม่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งงานต่าง ๆ ได้ จำเป็นต้องผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์/เงื่อนไขที่กำหนด
5) จัดทำแผนในการพัฒนาบุคลากร และประเมินสมรรถนะของพนักงานในทุกปี เพื่อให้พนักงานของกลุ่มบริษัท และพนักงานเข้าใหม่มีความรู้ความสามารถที่เพียงพอต่อการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการกำหนดค่าตอบแทนของพนักงานให้มีความเหมาะสมและสามารถแข่งขันได้กับผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น เพื่อรักษาพนักงานที่มีศักยภาพให้อยู่ร่วมงานกับบริษัท ต่อไป
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังได้มีการจัดหลักสูตรอบรมทักษะที่จำเป็นให้แก่พนักงานอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยมีทั้งการจัดอบรมให้กับพนักงานของกลุ่มบริษัทและบุคคลภายนอก ในทักษะทางด้านการบริการและทักษะเฉพาะด้าน เช่น การทำการตลาดออนไลน์ (Digital Marketing) การบริหารงานนิติบุคคลโครงการอสังหาริมทรัพย์ การจัดทำบัญชีนิติบุคคล กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ พื้นฐานการขายและบริการ เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการฝึกอบรมในการปฏิบัติงานจริง (On-the-job Training) เพื่อให้พนักงานใหม่ทำความเข้าใจระบบการทำงานและสามารถปฏิบัติงานที่รับผิดชอบได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
-
ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนและการจัดการแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน
“คน” เป็นปัจจัยสำคัญของธุรกิจพรีโม เนื่องจากเป็นธุรกิจภาคบริการที่จำเป็นต้องใช้แรงงานคนเป็นส่วนใหญ่ โดยทั้งที่เป็นพนักงานของบริษัทและจ้างเหมาจากภายนอก ในปัจจุบันการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นประเด็นที่เปราะบางในสังคม หากบริษัทมีข้อร้องเรียน และถูกนำเสนอเรื่องการละเมิดสิทธิออกสู่สาธารณะจะส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมกับชื่อเสียง ภาพลักษณ์ของบริษัท ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงกำหนดนโยบายสนับสนุนและเคารพการปกป้องสิทธิมนุษยชนโดยการปฏิบัติต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ชุมชน และสังคมรอบข้าง ด้วยความเคารพในความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ เพศ อายุ สีผิว ศาสนา ความพิการ ความนิยมทางเพศ และสถานะทางสังคม รวมถึงเคารพสิทธิแรงงานโดยการไม่บังคับใช้แรงงาน ไม่ใช้แรงงานเด็ก ไม่ใช้แรงงานสตรีมีครรภ์ และปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับด้านแรงงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด อีกทั้ง ยังส่งเสริมให้คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจปฏิบัติตามหลักการเคารพสิทธิมนุษยชนเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการเฝ้าระวังการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชน โดยจัดให้มีการแสดงความเห็น ช่องทางรับเรื่องร้องเรียน สำหรับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการได้รับการละเมิดสิทธิอันเกิดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท
-
ความเสี่ยงด้านการบริหาร Supply Chain และการพัฒนาโครงการในธุรกิจที่ปรึกษาและควบคุมงาน
ปัจจัยความเสี่ยงในงานก่อสร้างที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ซึ่งที่ปรึกษางานก่อสร้างจะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่
ความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบกับเวลา:
- การทำงานท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน เช่น การเกิดพายุ การเกิดฝนฟ้าคะนองตามฤดูกาล และอากาศที่ร้อนจัดมากเกินไป เป็นต้น ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้อาจส่งผลให้การทำงานขาดความต่อเนื่อง
- การขาดแคลนแรงงานอันเนื่องมาจากปัจจัยด้านค่าแรง เกิดการชำรุดของเครื่องจักร อุปกรณ์ก่อสร้างและเครื่องมือก่อสร้าง
- เกิดการเปลี่ยนแบบจากเจ้าของโครงการที่ต้องรอเวลาในการให้คำปรึกษาและการตัดสินใจ
- เกิดความผิดพลาดในระหว่างการก่อสร้าง ทำให้ไม่เป็นไปตามแบบและข้อตกลงในสัญญา
- อุบัติเหตุต่าง ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างการดำเนินโครงการ
ความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของงาน:
- ปัญหาแรงงานไม่มีฝีมือ ไม่มีทักษะ ขาดความรับผิดชอบ ส่งผลให้งานไม่มีคุณภาพ
- ผู้รับเหมาไม่ปฏิบัติตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ทำให้เกิดความผิดพลาดในการทำงาน
- เจ้าของโครงการเปลี่ยนแปลนการออกแบบ ในขณะที่งานดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว ส่งผลให้การแก้ไขมีโอกาสที่งานจะมีคุณภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน
บริษัทจึงได้กำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยง ดังนี้
1) การวางแผนเปลี่ยนเวลาการทำงาน และวางแผนสำรองสำหรับการสลับขั้นตอนการทำงาน เพื่อรับมือกับปัญหาสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน และปัญหาด้านการขนส่งวัสดุก่อสร้างที่ไม่ตรงเวลา
2) เลือกที่จะไม่ต่อรองกับผู้รับเหมาหรือแรงงานที่มีปัญหา หันมาใช้บริการผู้รับเหมาที่มีประสิทธิภาพมากกว่า
3) ตรวจสอบเครื่องจักร อุปกรณ์ และเครื่องมือที่มีการชำรุดบ่อย และทำการสั่งซื้อใหม่ทดแทน
4) บริหารจัดการให้แรงงานและผู้เกี่ยวข้องทุกคนมีอุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุในไซด์งาน
5) กำหนดแจ้งแผนการทำงานให้เจ้าของโครงการและผู้เกี่ยวข้องได้ทราบล่วงหน้าเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาการเปลี่ยนแปลงงานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
6) วางแผนรับมือกับฤดูฝนด้วยการออกแบบก่อสร้างหลังคาสำหรับกันฝน เพื่อการทำงานที่ราบรื่น
7) จัดทำแผนการซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อป้องกันการชำรุดเสียหาย ในกรณีที่เจ้าของโครงการไม่ต้องการซื้อใหม่
-
ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการน้ำในธุรกิจบริหารนิติบุคคลอาคารชุด
กลุ่มบริษัท เป็นผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจร โดยหนึ่งในบริการที่มีสัดส่วนรายได้สำคัญ ได้แก่ ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ซึ่งให้บริการบริหารนิติบุคคลอาคารชุด การให้บริการหลักประกอบด้วย งานบริหารจัดการทรัพย์ส่วนกลาง (ครอบคลุมทรัพย์สินส่วนกลาง อาคารและงานระบบ การบริหารจัดการงบประมาณ งานบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม งานบริหารจัดการความปลอดภัย) ซึ่งการดำเนินงานบางเรื่องจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อคับของภาครัฐ ซึ่งหากดำเนินการไม่ครบถ้วน นิติบุคคลฯ อาจต้องเสียค่าปรับซึ่งอาจมีมูลค่าสูงในบางข้อผิดพลาด ในขณะที่กลุ่มบริษัท ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอาจถูกตำหนิและเรียกร้องค่าความเสียหายจากความผิดพลาดในการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นกับนิติบุคคลฯ โดยเรื่องที่กลุ่มบริษัท ต้องให้ความสำคัญและปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ได้แก่ การปฏิบัติตามมาตรการในรายงาน EIA ที่ได้รับความเห็นชอบจาก สผ. (ONEP) อย่างต่อเนื่อง โดยนิติบุคคลฯ จะต้องยื่นรายงานติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Monitoring Report – EMR) หรือ “EIA Monitoring”เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลหรือเจ้าของโครงการที่ได้รับอนุมัติรายงาน EIA แล้วจะต้องยื่นรายงานติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EMR) ปีละ 2 ครั้ง ที่ระบุถึงการปฏิบัติตามมาตรการเรื่องต่าง ๆ ตามเงื่อนไข EIA อย่างครบถ้วน โดยประเด็นพบบ่อยคือ มาตรการจัดการน้ำเสียที่ผลคุณภาพน้ำไม่ผ่านเกณฑ์ ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ปริมาณผู้อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเกินกว่าที่ออกแบบ หรือ การทิ้งไขมัน/สารเคมีจากลูกบ้าน เป็นต้น ซึ่งการดำเนินการข้างต้นของกลุ่มบริษัท หากเกิดข้อผิดพลาดและไม่สามารถแก้ไขได้ทันต่อเวลา ย่อมส่งผลกระทบต่อนิติบุคคลฯ ที่ได้รับบริการ และเกิดผลด้านลบต่อชื่อเสียง และความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อการให้บริการโดยกลุ่มบริษัท
อย่างไรก็ตาม ด้วยประสบการณ์ในการให้บริการบริหารจัดการนิติบุคคลฯ ที่หลากหลายถือเป็นปัจจัยที่สนับสนุนต่อการบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวได้อย่างเป็นระบบ โดยมีการกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงมีการอบรมพนักงานอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งมีการประชุมพนักงาน (ผู้จัดการอาคารฯ) เป็นประจำทุกเดือนเพื่อระบุปัญหา กำหนดแนวทางแก้ไข ลดข้อจำกัดต่าง ๆ นอกจากนี้ มีการสร้างและพัฒนาทีมตรวจประกันคุณภาพการให้บริการซึ่งรับผิดชอบในการตรวจประเมินการปฏิบัติงานของบุคลากรหน้างานแบบไม่ตั้งตัว (Surprise check) เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐาน/รูปแบบที่กำหนดและเกิดขึ้นเป็นประจำสม่ำเสมอ
ด้วยกระบวนการจัดการน้ำเสียและการควบคุม/ตรวจสอบคุณภาพน้ำก่อนปล่อยออกสู่สาธารณะอย่างเป็นระบบ รวมถึงแนวทางดำเนินการยั่งยืนเรื่องการจัดการน้ำ เช่น การนำหลักการ 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) มาใช้เป็นแนวทางหลักในการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ หรือการบริหารจัดการน้ำในสระว่ายน้ำโครงการให้มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน (ตรวจวัดค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ปริมาณของแข็งแขวนลอย (SS) ของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (TDS) เป็นประจำ) เป็นต้น จึงส่งผลให้นิติบุคคลฯ ภายใต้การให้บริการของกลุ่มบริษัท สำหรับปี 2568 จำนวน 66 โครงการ มีผลคุณภาพน้ำผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดทุกโครงการ
-
ความเสี่ยงเกี่ยวกับคุณภาพการให้บริการ
กลุ่มบริษัทเป็นผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจร ซึ่งทรัพยากรหลักในการดำเนินงานคือทรัพยากรบุคคล จึงมีความจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ ประสบการณ์ และความเอาใจใส่ในการให้บริการ รวมถึงบุคลกรที่มีทักษะเฉพาะด้าน หากกลุ่มบริษัทไม่สามารถรักษา สรรหา หรือพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพให้เพียงพอต่อการดำเนินงาน อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพการให้บริการที่อาจไม่เป็นไปตามมาตรฐานและความคาดหวัง มีความผันแปรสูง ซึ่งอาจส่งผลด้านลบต่อความพึงพอใจ ความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์องค์กร รวมถึงการเกิดข้อพิพาททางกฎหมาย
ความเสี่ยงเกี่ยวกับคุณภาพการให้บริการถือเป็นเรื่องที่สำคัญและมุ่งเน้นในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดโดยฝ่ายจัดการ มีการกำหนดมาตรฐานการให้บริการและขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน รวมถึงกำหนดระยะเวลาการให้บริการตาม SLA อย่างเหมาะสม พัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง สร้างช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนและการประสานงาน ติดต่อสื่อสารเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ (Call Center) ตลอดจนการกำหนดตัวชี้วัดที่ใช้ติดตามและการประเมินผลอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ มีการสร้างและพัฒนาทีมตรวจประกันคุณภาพการให้บริการซึ่งรับผิดชอบในการตรวจประเมินการปฏิบัติงานของบุคลากรหน้างานแบบไม่ตั้งตัว (Surprise check) เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐาน/รูปแบบที่กำหนดและเกิดขึ้นเป็นประจำสม่ำเสมอ อีกทั้ง กำหนดให้ต้องรายงานความคืบหน้าในการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทุกไตรมาส เพื่อเป็นการกำกับดูแลและการบริหารจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
-
ความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัย
กลุ่มบริษัทมีแนวคิดและเป้าหมายในการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า โดยการเป็นผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างครบวงจร (One Stop Service) ประกอบด้วย ธุรกิจที่ปรึกษาและออกแบบทางวิศวกรรมธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริการหลังการขายอสังหาริมทรัพย์ ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่อยู่อาศัยในโครงการอสังหาริมทรัพย์ จึงมีลักษณะการทำงานที่มีบางส่วนเกี่ยวข้องกับพื้นที่ก่อสร้าง เครื่องจักร ผู้รับเหมา และแรงงานเป็นจำนวนมาก ทำให้ความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็นความเสี่ยงที่อาจมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ
กลุ่มบริษัทจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าวอย่างเป็นระบบ โดยการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดผ่านการประเมินความเสี่ยงในแต่ละโครงการ การออกแบบขั้นตอนการทำงานที่ปลอดภัย การจัดทำแผนความปลอดภัย การฝึกอบรมและสื่อสารด้านความปลอดภัยแก่พนักงานและผู้รับเหมา การตรวจสอบหน้างานอย่างสม่ำเสมอ การตรวจสุขภาพนักงาน นอกจากนี้ มีระบบติดตาม ตรวจสอบ และรายงานผลการดำเนินงาน เพื่อใช้ในการกำกับดูแลเชิงรุก รวมถึงปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ/การบาดเจ็บ/การเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโครงการ ลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและชื่อเสียง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน